ReadyPlanet.com
dot
dot

dot
ดูดวงชื่อ-นามสกุล




คำถามคาใจยอดฮิต article

 

คำถามคาใจยอดฮิต

หลักการปฏิบัติตัวของชาวไทยหัวใจฮินดู

 

เรื่องโดย BRAMY

 

สวัสดีค่ะท่านผู้่อ่าน ผ่านพ้นงานวันเกิดขององค์พระพิฆเนศมาแล้วนะคะ  คุณ ๆ ได้ไปร่วมงานกันไหมคะ ประทับใจไหม?? ยิ่งใหญ่มากนะคะงานนี้ ขอบคุณอาจารย์โอมที่ได้จัดงานให้พวกเราได้เข้าร่วมขอพรจากพระพิฆเนศโดย

พร้อมเพรียงกันค่ะ คุณ ๆ ที่ได้ไปก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ คุณ ได้รับการประทานพรที่จะเป็นมหามงคลในชีวิตของคุณในทุก ๆ ด้านที่ได้อธิษฐานขอไปนะคะ คุณ ๆ ที่พลาดไปเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม ไม่ต้องเสียดายหรือเสียใจนะคะ คุณ ๆ ยังได้รับการประทานพรเช่่นกันจากเสด็จพ่อพิฆเนศ รวมทั้งมหาเทพ มหาเทวีทุกพระองค์เช่นกันค่ะ ถ้าคุณ ๆ มีจิตใจทีดี คิดถึงทุกคนในด้านดีและบริสุทธิ์ใจและ ระลึกถึงเหล่าองค์เทพอยู่เสมอ 

คุณก็จะได้รับการประทานพรด้วยเช่นกัน  เหล่าองค์เทพสามารถที่จะรับรู้ถึงความประสงค์และจิตใจที่แท้จริงของคุณ ๆ ได้เสมอนะคะ

 

BRAMY ได้มีโอกาสอ่านข้อความที่ทำการเผยแผ่จากวัดพระพิฆเนศวรที่สิงคโปร์น่ะค่ะ  วัดนี้ก็คือวัดที่ BRAMY ได้เล่าประวัติให้คุณ ๆ ฟังเมื่อตอนที่แล้ว ถ้าพลาดไปก็ลองกลับไปหาอ่านตอนที่แล้วก่อนนะคะ

 

ทางวัดทำการพิมพ์หนังสือคู่มือเพืือแนะนำประวัติวัดและแนะนำองค์เทพที่ประทับอยู่ที่วัดน่ะค่ะในลักษณะของรูปเคารพ เนื่องจากมีรูปเคารพของมหาเทพและมหาเทวีอยู่หลายพระองค์ค่ะ  เวลาคุณไปกราบท่านจะได้ทราบว่าคุณกำลังกราบเทพองค์ใดอยู่น่ะคะ

 

ทางวัดได้ทำการแจกคู่มือเล่มนี้ฟรีแก่นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยม

พระพิืฆเนศที่วัดนี้น่ะค่ะ BRAMY ได้รับแจกฟรีมาเหมือนกัน ก็เลยนำมาเผยแผ่ต่อน่ะค่ะ วัดนี้ชื่อวัด  SRI SENPAGA VINAYAGAR  นะคะ  ตั้งอยู่ที่เลขที่ 19 Ceylon Road ประเทศ สิงคโปร์ เบอร์โทรศัพท์ 65-6345-8176 ท่านใดอยากแวะมาเยี่ยมก็ขอเชิญเลยนะคะ

 

เอาล่ะ  เริ่มเข้าสู่คำถามกันเลยละกัน บทความนี้ทำการแปลจากบทความภาคภาษาอังกฤษที่จัดพิมพ์โดยทางวัด SRI SENGPAGA VINAYAGAR  ลองอ่านดูกันนะคะว่ามีคำถามของคุณอยู่บ้างไหม?

 

1.  ทำไมศาสนาฮินดูถึงมีมหาเทพ มหาเทวีหลายพระองค์

 

ชาวฮินดูเชื่อกันว่าในศาสนาฮินดูมีเทพเจ้าซึ่งเป็นเทพสูงสุดเพียงพระองค์เดียว พระองค์เป็นเทพผู้รอบรู้ทุกสรรพสิ่งทุกอย่างในจักรวาล  พระองค์ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งในโลก และได้ทรงโปรดสร้างมหาเทพ มหาเทวีทั้งหลายผู้ซึ่งมีความรอบรู้และชำนาญในด้านต่าง ๆ องค์เทพทั้งหลายเป็นผู้มีความหยั่งรู้สูงสุดในด้านจิตวิญญาณ เหล่ามหาเทพ มหาเทวี เป็นผู้ช่วยของพระองค์ ซึ่งจะช่วยดูแลความผาสุขในโลกนี้ในด้านต่าง ๆ แทนพระองค์

 

ชาวฮินดูบูชามหาเทพสูงสุดเพียงพระองค์เดียว ถึงแม้พระองค์จะมีหลายพระนามที่ชาวฮินดูใช้เรียกขานแทนพระองค์ ชาวฮินดูนับถือพระเจ้าหลายพระองค์และสวดอ้อนวอนขอต่อพระเจ้าตามความนับถือ

และความปรารถนาส่วนบุคคล  แต่องค์พระเจ้าที่สำคัญที่แสดงอยู่ในภาพคือพระศิวะ ที่ชาวฮินดูจำนวนมากนับถือเป็นพระเจ้าสูงสุด  ในพระหัตถ์ของพระองค์ประกอบไปด้วยเทพเจ้าที่สำคัุญหลายพระองค์และหนึ่งในเทพเจ้าที่สำคัญนั่นก็คือพระพิฆเนศนั่นเอง

 

2.      ทำไมศาสนาฮินดูถึงบูชาวัว?

 

แท้ที่จริงแล้ว  ชาวฮินดูไม่ได้บูชาวัว  พวกเขาเพียงแต่นับถือ ให้เกียรติ และรักวัวเท่านั้น  ชาวฮินดูได้ทำการแสดงการให้เกียรติแก่วัว ซึ่งเป็นสัตว์ที่ให้มากกว่ารับ  และเหนื่อสิ่งอื่นใด  ชาวฮินดูให้การยกย่องสรรพสิ่งมีชีวิตทุกอย่างในโลกที่มีชีวิตอยู่ร่วมกันในโลก

 

ชาวฮินดูไม่เคยนับถือวัวเป็นเทพเจ้า  แต่พวกเขาเคารพวัวเสมือนเป็นตัวแทนแห่งพระเจ้าในทุกรูปแบบของการดำรงชีวิต  ตามภาพประกอบภายในเรือง หญิงสาวชาวฮินดูนำพวงมาลัยมาคล้องเขาวัว ซึ่งเขาของวัวตัวนี้ได้รับการตกแต่งด้วยสีสันอย่างสวยงามด้วยที่ประดับเขาที่ทำจาก

ทองเหลืองและพู่  น้องสาวของเธอก็ได้มอบหญ้าสดแก่วัวเพื่อเป็นอาหาร  ในประเทศอินเดีย วัวได้รับการยกย่อง, รัก , และได้รับการปกป้อง เพื่อใช้เป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง ความแข็งแรง ความสมบูรณ์พูนสุข การเสียสละโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัว และการมีชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบและมีความสุขบนโลกมนุษย์

 

 

3.      ชาวฮินดูเชื่อเรื่่องการเวียนว่ายตายเกิดหรือไม่?

 

แน่นอนชาวฮินดูเชื่อว่าวิญญาณเป็นอมตะและจะกลับมาเกิดใหม่ไม่สิ้นสุด  ในขั้นตอนของขบวนการเวียนว่ายตายเกิดนี้  พวกเราได้เรียนรู้ประสบการณ์, ได้รับบทเรียนชีวิต และได้รับการพัฒนาในเรื่องของจิตวิญญาณ และท้ายที่สุด พวกเราก็จะจบขบวนการของการเวียนว่ายตายเกิดในร่างกายหยาบของมนุษย์เมื่อ

เวลาสมควรมาถึง

 

วิญญาณแต่ละดวงจะได้รับประสบการณ์ต่าง ๆ กันในรูปแบบของการเวียนว่ายตายเกิดที่เรียกกันว่า “ ปูนาจานัม” ในภาษาสันสกฤต ในขั้นตอนนี้ วิญญาณแต่ละดวงจะกลับมาเกิดใหม่แบบซ้ำ ๆ ในร่างกายของมนุษย์บนโลก  และบนโลกมนุษย์นี้เองที่วิญญาณแต่ละดวงจะมีรังสีที่มีสีแตกต่างกัน ตามภาพประกอบคุณจะสามารถเห็นรังสีมนุษย์ที่มีสีต่าง ๆ กันถึง 7 สี ซึ่งเป็นตัวแทนมนุษย์ในรูปกายที่แตกต่างกัน  การกลับมาเกิดใหม่เป็นการที่ดวงวิญญาณแต่ละดวงจะมีการเจริญเติบโตทางจิตวิญญาณ

โดยผ่านขบวนการที่เรียกกันว่า “กฏแห่งกรรม”

 

 

4.      ชาวฮินดูเป็นผู้บูชารูปเคารพอย่างเดียวหรือ?

 

ชาวฮินดูไม่ได้เคารพหิน หรือ เทวรูปโลหะแทนเทพเจ้า  ชาวฮินดูบูชาเทพเจ้าผ่านทางรูปเคารพ หรือเทวรูป พวกเขาทำการวิงวอนต่อพระเจ้าที่ประทับอยู่บนสรวงสวรรค์ผ่านทางเทวรูป เพื่อเป็นสื่อ หรือตัวแทนที่เหล่าชาวฮินดูจะสามารถทำการสื่อสารกับเทพเจ้าต่าง ๆ เพือที่จะได้ทำการขอพรจากเหล่าองค์เทพผ่านทางเทวรูปหรือรูปเคารพนั้น ๆ

 

เหล่าสาวกและผู้ปฏิบัติแห่งศาสนาฮินดูได้มองผ่านลึกเข้าไปถึงภายในรูปของ พระศิวะที่กำลังร่ายรำ หรือ Nataraj เพื่อที่จะได้มองลึกเข้าไปถึงตัวตนและจิตวิญญาณของพระองค์ผ่านทางเทวรูปสัมฤทธิ์

 

ชายชาวฮินดูในภาพแต่งกายด้วยเครืองแต่งกายของชาวฮินดูโบราณ เขากำลังทำการสวดขอพร ( Puja) ประจำวันที่บ้านจากเทวรูปของพระศิวะ  ทำการสวดคาถาสันสกฤต พร้อมทั้งถวายผลไม้ น้ำ ดอกไม้ ธูปหอม และทำการบูชาพระศิวะด้วยไฟ และสวดขอพรจากพระองค์อย่างจริงใจ เพื่อขอให้พระพระศิวะประทานพรให้เขาผ่านทางเทวรูปของพระองค์ตามที่เขาได้ทำการ

ปรารถนาขอจากพระองค์

 

5      กรรมคืออะไร?

 

กรรมคือกฏแห่งจักรวาล เป็นกฎแห่งผลของการกระทำ  การกระทำทุก ๆ อย่างของเรา ทั้งดีและไม่ดี  จะกลับมาหาเราในอนาคตเพื่อช่วยให้เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตและหวังว่าจะ

สามารถปรัีบปรุงตัวเป็นคนที่ดีขึ้น

 

ตัวอย่างที่ดีที่สุดของกฎแห่งกรรมก็คือ การให้โดยจิตบริสุทธิ์ของคุณจะไม่สูญเปล่า แต่ผลจากการให้นั้นจะกลับมาหาและตอบแทนคุณเสมอ  ในภาพประกอบ  สตรีนางหนึ่งได้ให้เสื่อผ้าแก่เด็ก  อีกภาพหนึ่งคุณจะเห็นว่าเธอก็ได้รับของขวัญที่คาดไม่ถึงจากเพื่อนบ้านของเธอเช่นกัน

เนื่องจากเธอได้ประกอบกรรมดีจากการให้ของเธอ 

 

การที่เราเรียนรู้และเข้าใจกฎแห่งกรรมอย่างไตร่ตรองและรอบคอบทำให้พวกเราได้ทำการ

ก้าวไปและใช้ชีวิตอย่างถูกต้องตามครรลองและหลักแห่งธรรมะ

 

6.   ชาวฮินดูถูกห้ามไม่ให้กินเนื่อสัตว์จริงหรือ?

 

ชาวฮินดูสอนเรื่องการกินมังสวิรัตเพื่อเป็นหนทางการดำเนินชีวิตโดยเลือกที่จะทำร้าย

สิ่งมีชีวิตด้วยกันให้น้อยที่สุด  แต่ในโลกปัจจุบันนี้ชาวฮินดูไม่ได้เป็นมังสวิรัตกันทุกคน

 

มีพ่อค้าในตลาดมากมายที่ขายผลไม้ ผัก ธัญพืช เครื่องเทศ ของหวาน ของหอมที่พวกเราสามารถนำไปประกอบอาหารที่จะเป็นอาหารรสเลิศที่สุดโดย

ไม่ต้องใช้เนื่ีอสัตว์เป็นส่วนประกอบเลย

 

ชาวฮินดูเข้าใจดีว่ามีเหตุผลที่สมควรมากมายหลายประการที่มนุษย์เราไม่ควรกิน

เนื้อสัตว์และบางคนได้ทำการละเว้นการบริโภคเนื้่อสัตว์โดยสิ้นเชิง  การประกอบอาหารรสเลิศโดยส่วนประกอบของธัญญพืชสามารถทำได้ โดยใข้ส่วนประกอบของอื่น ๆ ตามที่ได้กล่าวมา เราก็สามารถปรุงอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและไม่จำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์เพื่อประทัง

ชีวิตแต่เพียงอย่างเดียว เรายังมีตัวเลือกอีกมากนอกเหนือจากการใช้เนื่อสัตว์เพื่อเป็นอาหาร

 

7.   ชาวฮินดูมีคัมภีร์ประจำศาสนาไหม?

 

คัมภีร์ของชาวฮินดูเรียกว่า “เวดา” หรือคัมภีร์พระเวทย์   เวดาแปลว่า “ ความฉลาด” ซึ่งประกอบไปด้วยคำสอน 4 ประการจากคัมภีร์โบราณซึ่งชาวฮินดูนับถือประหนึ่งการประกาศคำสอนจากพระศาสดา

 

คัมภีร์เวดาเป็นการประกาศคำสอนจากเหล่าองค์เทพผ่านทางนักปราชณ์ผู้ซึ่งได้บรรลุแล้ว

หรือที่เรียกกันว่า “ไรสิส” หรือฤาษีนั่นเอง

 

การเผยแพร่คำสอนจากองค์เทพนี้สามารถดูได้จากภาพประกอบของพระศิวะที่ได้โปรด

ประทานคัมภีร์พระเวท 4 เล่มแก่เหล่าฤาษีที่เป็นสาวกของพระองค์ คำสอนที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิื์สำคัญทางศาสนาได้ทำการถ่ายทอดปากเปล่าทางคำพูด

ในสมัยโบราณกาลและได้ถูกบันทึกไว้เป็นภาษาสันสกฤตในใบตาลในภายหลังเพื่อทำ

การสอนถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นและเพื่อชนรุ่นหลังจะได้ทำการรักษาคัมภีร์พระเวทย์

อันศักดิ์สิทธิื์์ทั้ง 4 เล่มนี้ไว้

 

 

8.   ทำไมชาวฮินดูต้องเจิมหน้าผาก?

 

จุดสีแดงที่กลางหน้าผากเป็นสัญญลักษณ์ที่สำคัญทางศาสนาฮินดู

จุดนี้เป็นสัญญลักษณ์ที่แสดงว่าบุคคลผู้นั้นเป็นชาวฮินดู  สำหรับผู้หญิงจุดแดงกลางหน้าผากยังเป็นสัญญลักษณ์เสริมสร้างความงามอีกด้วย

 

ผู้หญิงฮินดู 2 คนในภาพทำการช่วยกันแต่งตัวและใบหน้าอย่างสวยงามโดยการแต่งตัวด้วยส่าหรี เครืืองแต่งตัวชุดส่าหรีที่มีสีสันสวยสดงดงามนี้เป็นการบ่งถึงชั้นวรรณะ, ความเชื่อ และสัญญลักษณ์ที่เป็นการแสดงถึงตัวตนส่วนบุคคล 

 

การเจิมหน้าผากเป็นการแสดงว่าคนผู้นั้นมีความภาคภูมิใจที่พวกเขาเกิดเป็นชาวฮินดูอีกทั้งจุดแดงกลางหน้าผากยังเป็นการแสดงออกถึงการรับรู้อย่างเติมประสิทธิภาพของ

ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ส่วนของมนุษย์ อันได้แก่รูป, รส, กลิ่น, เสียง และสัมผัส  ตัวอย่างที่ปรากฏในภาพ ในชีวิตประจำวันหญิงสาวชาวฮินดูได้ใช้ผงบินดีทำการเจิมหน้าผากให้กับน้องสาวของเธอ

เพือเป็นการเริ่มวันใหม่ที่ดีของชาวฮินดู

 

 

9.   เทพเจ้าของชาวฮินดูแต่งงานกันจริง ๆ หรือ?

 

เป็นความจริงที่ชาวพระเจ้าของชาวฮินดูได้ปรากฏแก่มนุษย์ในรูปแบบของการเป็นคู่สมรส

และมีเรื่องราวของแต่ละคู่แต่ละพระองค์ที่ถูกเล่าขานกันสืบต่อมา  แต่ในหลักปรัชญาจริง ๆ แล้ว เทพเจ้าสูงสุดของชาวฮินดูนั้นไม่มีเพศ  ไม่ใช่เพศชายหรือเพศหญิง  ดังนั้นมหาเทพ มหาเทวีทั้งหลายจึงไม่ได้แต่งงานกัน

 

จากเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของชาวฮินดู  ได้มีการกล่าวอธิบายถึงพระเจ้าของเขาว่าเป็น”เพศครึ่งหญิง-ครึ่งชาย” คุณสามารถดูได้จากภาพประกอบของพระศิวะที่ได้มีการวาดภาพเป็นภาพชายและ

หญิงอย่างละครึ่งโดยเป็นเพศชายในซีกขวาและเพศหญิงในซีกซ้าย  การอธิบายภาพลักษณ์ของพระเจ้าในลักษณะนี้เป็นการเปรียบเทียบถึงองค์เทพผู้ซึ่งเป็นตัวแทนของทั้งเพศหญิงและเพศชาย ซึ่งเป็นการลบล้างความเชื่อเก่า ๆ ที่กล่าวว่ามีการแต่งงานขององค์มหาเทพ มหาเทวีในตำนานความเชื่อดั้งเดิม ดังนั้นความเชื่อที่กล่าวถึงการแต่งงานของเหล่าองค์มหาเทพ มหาเทวีก็เป็นการอธิบายถึงการรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวของเหล่าองค์มหาเทพ มหาเทวีนั่นเอง

 

10.                     วรรณะและการแบ่งชั้นวรรณะ

 

วรรณะเป็นการสืบต่อทางสายเลือดและการสืบสันดานของสังคมชาวอินเดียโดยโบราณ

การแบ่งชั้นวรรณะจะทำการแบ่งโดยยึดตามอาชีพเป็นหลัก  วรรณะที่ต่ำที่สุดคือวรรณะจัณฑาลซึ่งเป็นวรรณะที่จะได้รับการปฏิบัติไม่ค่อยดีนัก มีการเหยีดและแบ่งวรรณะสำหรับคนในวรรณะนี้

 

จากภาพประกอบคุณจะเห็นบุคคลในวรรณะทั้ง 4 ที่ล้อมรอบองค์พระพิฆเนศ อันประกอบไปด้วยวรรณะพราหมณ์, กษัตริย์, แพศย์ และ จัณฑาล  บุคคลเหล่านี้เป็นตัวแทนของชนชั้นแรงงาน, บุคคลในกองทัพ, นักธุรกิจ, ทหาร, ตำรวจ, รัฐมนตรี และบุคคลสำคัญในวงการศาสนา

 

กฏแห่งการตอบแทน

 

“กฏข้อนี้เรียบง่ายต่อการเข้าใจ  คุณจะได้รับสิ่งตอบแทนในทุกเรื่องที่คุณกระทำเสมอ  คนที่ทำน้อยก็จะได้น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการงานหรือเรื่องอื่น ๆ คนที่ทำมากก็จะได้รับการตอบแทนมาก ไม่ช้าก็เร็ว”

 

 

ชัดเจนไหมคะ  เคลียร์ไหมคะกฏแห่งการตอบแทน  มีข้อสงสัยอะไรถามมาได้นะคะ  BRAMY จะไปลองค้นหาดูพบกันใหม่ตอนหน้าเช่นเคยค่ะ  ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ………………….

 

***** ส่งความคิดเห็นของคุณ ที่ กระทู้ถาม-ตอบ ****




รู้จักองค์เทพและคำสอนของชาวฮินดู กับ อ.บรามี

ลักษมีเดวี มหาเดวีแห่งความเจริญรุ่งเรืองทั้งปวง article
ร้านเทวรูป Kankatya เทวบูชา article
เรืองเล่าจากแดนนรก โทษแห่งการเล่นการพนัน article
ตำนานเมืองลับแล article
อาจารย์หมอชีวกโกมารภัจจ์ บรมครูแห่งการแพทย์แผนโบราณ article
เรืองราวของการทำแท้ง article
การถือศีลภวนา สำคัญอย่างไร ตอน 3 article
การถือศีลภวนา สำคัญอย่างไร ตอน 2 article
การถือศีลภวนา สำคัญอย่างไร article
รักข้ามมิติ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอนอวสาน article
ศนิเทพ – เทพประจำดาวเสาร์ article
พระมหามัยมุนี พระพุทธรูปคู่บ้่านคู่เมืองแห่งเมืองมัณฑะเลย์ article
เรืองราวความฝันบอกลาง ดินแดนแห่งมิติมหัศจรรย์ article
เทพยามาราชาแห่งนรกภูมิ article
นิยายรักข้ามภพ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอน 3 article
นิยายรักข้ามภพ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอน 2 article
นิยายรักข้ามภพ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอน 1 article
ปาฏิหารย์ท่านพญานาคช่วยน้ำท่วม article
พระนางจิระประภาเทวี article
เจ้าพ่อประตูผา นักรบผู้กล้าแห่งเมืองลำปาง article
โยนกนาคพันธ์ ตำนานเวียงหนองล่ม article
เทศกาลนวราตรี article
พระธาตุลำปางหลวง article
พระธาตุอินแขวน article
เจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดลำปาง article
เจ้าพ่อขุนตาล article
วัดจามเทวี จ.ลำพูน article
พญาแสนภู article
เทพธิดาพระจันทร์ article
วาราฮีอัมมัน article
พีธีสวดศรีมหาจันดี ณ ประเทศสิงคโปร์ article
พระขรรค์ธกุมาร ณ ถ้ำบาตู article
ปาฏิหารย์พระแม่กาฏญาญาณี กับการเดินทางกลางเวหา article
พระธาตุประจำปีเถาะ - พระธาตุแช่แห้ง article
พระบรมราชานุสรณ์สามกษัตริย์ article
อภินิหารหลวงปู่ทวด ในวันที่พายุกระหน่ำ วัดพะโคะ จ.สงขลา article
ไหว้พระประจำวันเกิด article
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราชันย์แห่งกรุงสยาม article
เวียงกุมกาม นครบาดาลใต้ภิภพ
พญามังราย ปฐมกษัตริย์แห่งนครล้านนา article
วันคเนศจตุรถึ article
ปราสาทหินพนมรุ้ง article
เรืองเล่าปาฏิหารย์สมเด็จโต article
พระพิรุณ เืทพแห่งสายฝน article
ท้าวกุเวร เืทพแห่งทรัพย์ศฤงคาร article
พระนางจามเทวี ราชินีแห่งนครลำพูน article
ถ้าศักดิสิทธิ์แห่งนครสวรรค์ ถ้าบ่อยา article
ตำนานไพ่ทาโร่ต์ article
ปาฏิหารย์หลวงพ่อหยกขาว article
วัดจิ่งอัน มณฑลเซียงไฮ้ สาธรารณรัฐประชาชนจีน article
เรืองเล่าปาฏิหาริย์พระพิฆเนศ article
เรืองเล่าปาฏิหาริย์เทพหนุมาน article
ปาฏิหาริย์เจ้าแม่กวนอิมหยกขาว วัดราชคิรี พิษณุโลก article
เทพี"กุมารี"สู่ชีวิตเด็กสาว article
งานฉลองวัดศรีมหามารีอัมมัน article
งานฉลองวัดศรีมหามารีอัมมัน ประเทศสิงคโปร์ article
ปราสาทหินพนมรุ้ง article
ปาฏิหาริย์แมุ่อุมาเทวี article
ตำนานรัก นางศกุนตลา และ พระราชาทุศยันตร์ article
ตำนานรักแห่งพระกฤษณะและพระนางราดา article
ตำนานเรืองเล่าของชาวฮินดู สาวิตรี และ สัตยาวัน article
วัดป่าเลไลย์ วัดไทยในสิงคโปร์ article
นวราตรี เทศกาลแห่งพระแม่ดุรกา ลักษมี สุรัสวตี article
พระพรหม พระผู้สร้างสรรพสิ่งในจักรวาล article
มีนัคชีเดวี ราชินีแห่งนครมาดูไร article
ขงจื๊อ เทพนักปราชญ์และันักคิดผู้ยิ่งใหญ่ article
ปาฏิหาริย์เจ้าพ่อกวนอู article
ปาฏิาหารย์เจ้าแ่ม่กวนอิม article
นันทิเดวา เทพพาหนะแห่งพระศิวะ article
เกร็ดความเชื่อของชาวฮินดู article
พระราม พระลักษณ์ วีรบุรุษแห่งมหากาพย์รามเกียรติ์ article
เกร็ดความรู้ และเรืองเล่าของชาวฮินดู article
ศรี คารุปปาสวามี มหาเทพผู้พิทักษ์ article
เกร็ดความเชือของชาวฺฮินดู article
มหามันตราแห่งพระกฤษณะ article
ศรี มาดูไร วีรัน วีรบุรุษนักรบแห่งนครมาดูไร article
ประวัติเจ้าแม่กวนอิมแบบสังเขป article
ศรี มูเนสวารัน และปางทั้ง 7 แห่งพระศิวะ article
ดุรกา ลักษมี สรัสวตี มหานวราตรี article
ตัวละครจากมหากาพย์มหาภารตะ article
หนุมานกับเศียรทั้งห้า article
กำเนิดพระขันธกุมาร article
วิธีการสวดขอพรแห่งวัดพราหมณ์ ฮินดู article
ความหมายแห่งการเจิมหน้าของชาวฮินดู article
หนุมานเทพกับภีมะบุตรแห่งพระพาย article
ความหมายแห่งวัดของชาวฮินดู article
ซัปตามาตริกา พระแม่แห่งการสู้รบทั้ง 7 พระองค์ article
รูปแบบแห่งการบูชาองค์เทพ article
ปางสำคัญพระคเนศ article
เทพฮายากรีวา - นารายณ์อวตาร เทพผู้ประทานความรู้ article
ตำนานสุริยเทพ article
มหากาลี มหาเทวีผู้ปราบมาร article
พระนารายณ์ และ พระพรหมกับการสร้าง article
ใครจะหยุดหนุมานได้? article
ปางอวตารที่ 8 & 9 แห่งพระแม่ดุริกาเทวี article
พระแม่ดุริกาปางที่ 5 - 7 สกันดา มาตา, กาฏญาญาณี และ กาลราตรี article
พระแม่บรามาจาริณี, จันดรากานดา และ กุชมานดา article
พระแม่ดุริกาเทวีกับปางสำคัญทั้ง 9 article
เดวี กัญญากุมารี article
เทศกาลดีปาวาลีกับมหาเทวีลักษมี article
พระพิฆเนศ กับทศกัณฑ์และศิวลึงค์มหาบาเลสวารา article
มันตราแห่งมหากาลี article
กลุ่มผู้เลื่อมใสและปฏิบัติตนของศาสนาฮินดู article
ร้าน Master Clean Banner‏ article
Headline
หลวงปู่โตพรหมรังสีอริยสงฆ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.