ReadyPlanet.com
dot
dot

dot
ดูดวงชื่อ-นามสกุล




ประวัติหลวงปู่ทวด article

ประวัติหลวงปู่ทวด

“หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด" ตอนหนึ่ง

 

เรืองโดย บรามี

 

สวัสดีค่ะ ได้เวลาอัพเดต ข้อมูลกันอีกแล้วนะคะ เรื่องราวในปักษ์นี้เป็นเรื่องราวของหลวงปู่ทวดผู้เหยียบน้ำทะเลจืด สาเหตุเนื่องมาจาก บรามีได้ไปรับฟังเรื่องราวปาฏิหาริย์ของท่านจากคนขับรถแท็กซี่ที่ประเทศสิงคโปร์เนียแหละค่ะ ดูสิคะ ว่าหลวงปู่ทวดของเราได้แผ่เมตตามาโปรดมนุษย์โดยทั่วถึงค่ะ โดยไม่เลือกว่าคนผู้นั้นเป็นใคร เชื่อชาติอะไร ขอให้เป็นคนดี หลวงปู่ท่านคุ้มภัยให้หมดเลยค่ะ

คุณลีมุนยู คนขับรถแท็กซี่ชาวสิงคโปร์ เป็นหนึ่งในผู้เลื่อมใสศรัีทธาในตัวหลวงปู่ทวดมาก ๆ เนื่องจากเขาเชื่อว่า หลวงปู่ทวดได้ช่วยเหลือให้เขาปลอดภัยในการขับขี่รถ ตลอดจนการงานค่ะ เพราะรถของเขาไม่เคยขาดผู้โดยสารเลยค่ะ เขาทำมาค้าขึ้นเพราะบารมีของหลวงปู่ทวด แท้ ๆ แต่เรื่องที่เขาทึงก็คือ วันนึงหลวงปู่ทวดได้นำทางให้เขาไปรับผู้โดยสารท่านนึ่งนะคะ ในวันที่ฝนตกหนักมาก ๆ เพราะผู้โดยสารคนนั้น ต้องการเรียกรถแท๊กซี่ไปรับองค์รูปหล่อขนาดใหญ่พอสมควรของหลวงปู่ทวดไปบูชาที่บ้านค่ะ  เรียกว่า หลวงปู่ทวดได้บันดาลให้ลูกศิษย์ทั้งสองได้มาเจอกัน แล้วนาย ลีมุนยู ก็ได้ทำการนิมนต์หลวงปู่ทวดไปส่งที่บ้่านซึ่งตัวเขาก็ดีใจมากนะคะ ที่ได้มีส่วนร่วมในการเชิญหลวงปู่ไปประทับที่บ้านผู้โดยสารท่านนี้นะคะ

ผู้โดยสารคนนี้เล่าว่า วันนั้นเป็นวันที่ฝนตกหนักมาก ๆ ค่ะ เขารอแท็กซี่อยู่นานเป็นชั่วโมง ไม่มีรถผ่านมาเลย  เขาต้องรีบเพราะว่าเลยเวลาที่เป็นฤกษ์ดีน่ะคะ เขาไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยอธิษฐานขอให้หลวงปู่ทวดช่วยส่งรถแท็กซี่มาให้เขาหน่อย เพราะที่ ๆ เขารออยู่นั้นเป็นที่ค่อนข้างเปลี่ยว แถมฝนก็ตกยิ่งกว่าฟ้ารั่วอีกค่ะ  ใครที่อยู่สิงคโปร์ก็จะทราบดีนะคะว่า เวลาฝนตกหนักนะคะ ลืมเรื่องแท็กซี่ไปได้เลย เพราะเป็นของหายากมากค่ะ ยิ่งมายืนในที่เปลียวแบบนี้ด้วยแล้ว ไม่ต้องคิดค่ะ  แต่เพราะปาฏิาหรย์นะคะ เพราะหลวงปู่ทวดก็ได้ส่งนายลีมุนยูไปรับผู้โดยสารท่านนี้ตามคำอธิษฐานนะคะ เพราะว่า ลีมุนยู คนขับรถบอกว่า จริง ๆ มีคนเรียกรถของเขาตรึมเลยค่ะ แต่วัีนนั้นเป็นอะไรไม่รู้ ไม่ยอมจอดรับใครเลย เขาอยากจะขับไปตรงถนนสายเปลี่ยวนั้นท่าเดียวค่ะ แล้่วก็พอมาเจอผู้โดยสารท่านนี้ แล้วก็ได้คุยกัน เพราะผู้โดยสารก็เห็นองค์หลวงปู่ทวด ในรถแท็กซี่เขาก็เลยขนลุก แล้วรีบเล่าให้คนขับแท๊กซี่ฟังว่าเขาเพิ่งอธิษฐานให้หลวงปู่ช่วยเรียกรถมารับด้วยน่ะค่ะ แล้ว รถก็มารับจริง ๆ

ก็แปลกดีนะคะ คนสองคนที่นับถือหลวงปู่ทวดมากพอ ๆ กันก็ได้มาเจอกัน และได้ทำการนิมนตร์หลวงปู่ไปประทับที่บ้านได้ตามฤกษ์ บรามีได้ฟังก็เลยรีบหาประวัติท่านมาให้คุณผู้อ่านได้ทำการอ่านกันค่ะ เพราะว่าหลวงปู่ทวดเป็นคนไทย ดังนั้นพวกเราต้องรู้จัก และ รักท่านให้มากกว่าคนต่างชาตินะคะ  ก็มาอ่านกันเลยละกันนะคะ ………..ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ วันนี้อ่านภาคหนึ่งก่อนนะคะ เพราะเนื่อเรืองค่อนข้างยาวค่ะ ติดตามภาคสองได้ในเดือนหน้านะคะ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

สมเด็จเจ้าพะโคะหรือหลวงพ่อทวด เป็นที่รู้จักของชาวไทยทุกภูมิภาคในฐานะพระศักดิ์สิทธิ์ที่มีอิทธิปาฏิหาริย์และอภิญญาแก่กล้าจนได้สมญาว่า "หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด" ประวัติอันพิสดารของท่านมีเล่าสืบกันมาไม่รู้จบสิ้น ยิ่งนานวันยิ่งซับซ้อนและขยายวงกว้างออกไปกลายเป็นความเชื่อความศรัทธาอย่างฝังใจ

หลวงพ่อทวดเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงๆ เรื่องราวต่อไปนี้ผู้เขียนได้รวบรวมจากหนังสืออ้างอิงหลายเล่มทั้งที่เป็นตำนานหลักฐานทางประวัติศาสตร์ หนังสือและเอกสารต่างๆ พอจะให้ท่านผู้อ่านได้ทราบว่า หลวงพ่อทวดคือใคร เกิดในสมัยใดและได้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและพระศาสนาไว้อย่างไรบ้าง เพื่อเป็นคติเตือนใจแก่อนุชนรุ่นหลังสืบไป

ทารกอัศจรรย์

เมื่อประมาณสี่ร้อยปีที่ผ่านมาในตอนปลายรัชสมัยของพระมหาธรรมราชา แห่งกรุงศรีอยุธยา ณ หมู่บ้านสวนจันทร์ ตำบลชุมพล เมืองจะทิ้งพระตรงกับวันศุกร์ เดือนสี่ ปีมะโรง พุทธศักราช 2125 ได้มีทารกเพศชายผู้หนึ่งถือกำเนิดจากครอบครัวเล็กๆ ฐานะยากจนแร้นแค้น แต่มีจิตอันเป็นกุศล ชอบทำบุญสุนทานยึดมั่นในศีลธรรมอันดี ปราศจากการเบียดเบียนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย ทารกน้อยผู้นี้มีนายว่า "ปู"  เป็นบุตรของนายหู นางจันทร์ ในขณะเยาว์วัย ทารกผู้นั้นยังความอัศจรรย์ให้แก่บิดามารดาตลอดจนญาติพี่น้องทั้งหลาย ด้วยอยู่มาวันหนึ่งมีงูตระบองสลาตัวใหญ่มาขดพันอยู่รอบเปลที่ทารกน้อยนอนหลับอยู่ และงูใหญ่ตัวนั้นไม่ยอมให้ใครเข้ามาใกล้เปลที่ทารกน้อยนอนอยู่เลย จนกระทั่งบิดามารดาของเด็กเกิดความสงสัยว่า พญางูตัวนั้นน่าจะเป็นเทพยดาแปลงมาเพื่อให้เห็นเป็นอัศจรรย์ในบารมีของลูกเราเป็นแน่แท้ จึงรีบหาข้าวตอกดอกไม้และธูปเทียนมาบูชาสักการะ งูใหญ่จึงคลายลำตัวออกจากเปลน้อย เลื้อยหายไป ต่อมาเมื่อพญางูจากไปแล้ว บิดามารดาทั้งญาติต่างพากันมาที่เปลด้วยความห่วงใยทารก ก็ปรากฏว่าเด็กชายปูยังคงนอนหลับอยู่เป็นปกติ แต่เหนือทรวงอกของทารกกลับมีดวงแก้วดวงหนึ่งมีแสงรุ่งเรืองเป็นรัศมีหลากสี ตาหู นางจันทร์จึงเก็บรักษาไว้ นับแต่บัดนั้นฐานะความเป็นอยู่การทำมาหากินก็จำเริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับอยู่สุขสบายตลอดมา

สามีราโม

เมื่อกาลล่วงมานานจนเด็กชายปูอายุได้เจ็ดขวบ บิดาได้นำไปฝากสมภารจวง วัดกุฏิหลวง (วัดดีหลวง) เพื่อให้เล่าเรียนหนังสือเด็กชายปูมีความเฉลียวฉลาดมาก สามารถเรียนหนังสือขอมและไทยได้อย่างรวดเร็ว ครั้นอายุได้ 15 ปี ก็บรรพชาเป็นสามเณรและบิดาได้มอบแก้ววิเศษไว้เป็นของประจำตัว ต่อมาสามเณรปูได้ไปศึกษาต่อกับสมเด็จพระชินเสน ที่วัดสีหยัง (สีคูยัง) ครั้นอายุครบอุปสมบทจึงได้เดินทางไปศึกษาต่อที่นครศรีธรรมราช ณ สำนักพระมหาเถระปิยทัสสี ได้ทำการอุปสมบทมีฉายาว่า "ราโม ธมฺมิโก" แต่คนทั่วไปเรียกท่านว่า  "เจ้าสามีราม"  หรือ "เจ้าสามีราโม" เจ้าสามีรามได้ศึกษาอยู่ที่วัดท่าแพ วัดสีมาเมือง และวัดอื่นๆ อีกหลายวัด เมื่อเห็นว่าการศึกษาที่นครศรีธรรมราชเพียงพอแล้วจึงขอโดยสารเรือสำเภาเดินทางไปกรุงศรีอยุธยา ขณะเดินทางถึงเมืองชุมพร เกิดคลื่นทะเลปั่นป่วน เรือไม่สามารถแล่นฝ่าคลื่นลมไปได้ต้องทอดสมออยู่ถึงเจ็ดวัน ทำให้เสบียงอาหารและน้ำหมดบรรดาลูกเรือตั้งข้อสงสัยว่าการที่เกิดเหตุอาเพศในครั้งนี้เพราะเจ้าสามีราม จึงตกลงใจให้ส่งเจ้าสามีรามขึ้นเกาะและได้นิมนต์ให้เจ้าสามีรามลงเรือมาด ขณะที่นั่งอยู่ในเรือมาดนั้น ท่านได้ห้อยเท้าแช่ลงไปในทะเลก็บังเกิดอัศจรรย์น้ำทะเลบริเวณนั้นเป็นประกายแวววาวโชติช่วง

เจ้าสามีรามจึงบอกให้ลูกเรือตักน้ำขึ้นมาดื่มก็รู้สึกว่าเป็นน้ำจืด จึงช่วยกันตักไว้จนเพียงพอ นายสำเภาจึงนิมนต์ให้ท่านขึ้นสำเภาอีก และตั้งแต่นั้นมาเจ้าสามีรามก็เป็นชีต้นหรืออาจารย์สืบมา

เมื่อถึงกรุงศรีอยุธยา ก็ได้ไปพำนักอยู่ที่วัดแค ศึกษาธรรมะที่ วัดลุมพลีนาวาส ต่อมาได้ไปพำนักอยู่ที่วัดของสมเด็จพระสังฆราช ได้ศึกษาธรรมและภาษาบาลี ณ ที่นั้นจนเชี่ยวชาญจึงทูลลาสมเด็จพระสังฆราชไปจำพรรษาที่วัดราชนุวาส เมื่อประมาณ พ.ศ. 2149 ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเอกาทศรถ

รบด้วยปัญญา

กระทั่งวันหนึ่งถึงกาลเวลาที่ชื่อเสียงของหลวงพ่อทวดหรือเจ้าสามีรามจะระบือลือลั่นไปทั่วกรุงสยาม จึงได้มีเหตุพิสดารอุบัติขึ้นในรัชสมัยของพระเอกาทศรถ กล่าวคือ สมัยนั้นพระเจ้าวัฏฏะคามินี แห่งประเทศลังกา ซึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรแหลมทองทางภาคใต้ คิดแก้มือด้วยการท้าพนันแปลธรรมะ และต้องการจะแผ่พระบรมเดชานุภาพมาทางแหลมทอง ใคร่จะได้กรุงศรีอยุธยามาเป็นประเทศราช แต่พระองค์ไม่ปรารถนาให้เกิดศึกสงครามเสียชีวิตแก่ประชาชนทั้งสองฝ่าย จึงทรงวางแผนการเมืองด้วยสันติวิธี คิดหาทางรวบรัดเอากรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองขึ้นด้วยสติปัญญาเป็นสำคัญ เมื่อคิดได้ดังนั้น พระเจ้ากรุงลังกาจึงมีพระบรมราชโองการสั่งให้พนักงาน ท้องพระคลังเบิกจ่ายทองคำบริสุทธิ์แล้วให้ช่างทองประจำราชสำนักไปหล่อ ทองคำเหล่านั้นให้เป็นตัวอักษรบาลีเล็กเท่าใบมะขาม ตามพระอภิธรรมทั้งเจ็ดคัมภีร์ จำนวน 84,000 ตัว จากนั้นก็ทรงรับสั่งให้พราหมณ์ผู้เฒ่าอันมีฐานะเทียบเท่าปุโรหิตจำนวนเจ็ดท่านคุมเรืองสำเภาเจ็ดลำบรรทุกเสื้อผ้าแพรพรรณ และของมีค่าออกเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยาพร้อมกับปริศนาธรรมของพระองค์

เมื่อพราหมณ์ทั้งเจ็ดเดินทางลุล่วงมาถึงกรุงสยามแล้วก็เข้าเฝ้าถวายพระราชสาส์นของกษัตริย์ตนแก่พระเจ้าเอกาทศรถ มีใจความในพระราชสาส์นว่า

พระเจ้ากรุงลังกาขอท้าให้พระเจ้ากรุงสยามทรงแปลและเรียบเรียงเมล็ดทองคำตามลำดับให้เสร็จภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับพระราชสาส์นนี้เป็นต้นไป ถ้าทรงกระทำไม่สำเร็จตามสัญญาก็จะยึดกรุงศรีอยุธยาให้อยู่ใต้พระบรมเดชานุภาพของพระองค์ และทางกรุงสยามจะต้องส่งดอกไม้เงินดอกไม้ทองอีกทั้งเครื่องราชบรรณาการแก่กรุงลังกาตลอดไปทุกๆ ปีเยี่ยงประเทศราชทั้งหลาย

พระสุบินนิมิต

เมื่อพระเอกาทศรถทรงทราบความ ดังนั้น จึงมีพระบรมราชโองการให้สังฆการีเขียนประกาศนิมนต์พระราชาคณะและพระเถระทั่วพระมหานคร ให้กระทำหน้าที่เรียบเรียงและแปลตัวอักษรทองคำในครั้งนี้ แต่ก็ไม่มีท่านผู้ใดสามารถเรียบเรียงและแปลอักษรทองคำในครั้งนี้ได้จนกาลเวลาลุล่วงผ่านไปได้หกวัน ยังความปริวิตกแก่พระองค์และไพร่ฟ้าประชาชนต่างพากันโจษขานถึงเรื่องนี้ให้อื้ออึงไปหมด

ครั้นราตรีกาลยามหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเข้าพระบรรทมทรงสุบินว่า ได้มีพระยาช้างเผือกลักษณะบริบูรณ์เฉกเช่นพระยาคชสารเชือกหนึ่ง ผายผันมาจากทางทิศตะวันตก เยื้องย่างเข้ามาในพระราชนิเวศน์แล้วก้าวเข้าไปยืนผงาดตระหง่านบนพระแท่นพลางเปล่งเสียงโกญจนาทกึกก้องไปทั่วทั้งสี่ทิศ เสียงที่โกญจนาทด้วยอำนาจของพระยาคชสารเชือกนั้นยังให้พระองค์ทรงสะดุ้งตื่นจากพระบรรทม

รุ่งเช้าเมื่อพระองค์เสด็จออกว่าราชการ ได้ทรงรับสั่งถึงพระสุบินนิมิตประหลาดให้โหรหลวงฟังและได้รับการกราบถวายบังคมทูลว่า เรื่องนี้หมายถึงชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์และพระบรมเดชานุภาพจะแผ่ไพศาลไปทั่วสารทิศเป็นที่เกรงขามแก่อริราชทั้งปวง ทั้งจะมีพระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งจากทางทิศตะวันตก มาช่วยขันอาสาแปลและเรียบเรียงตัวอักษรทองคำปริศนาได้สำเร็จ พระเจ้าอยู่หัวได้ฟังดังนั้นจึงค่อยเบาพระทัย และรับสั่งให้ข้าราชบริพารทั้งมวลออกตามหาพระภิกษุรูปนั้นทันที

จบตอนหนึ่งไปก่อนนะคะ โปรดติดตามตอนสองได้นะคะ ราว ๆ กลางเดือนพฤศจิกายนค่ะติดตามให้ได้นะคะ

 

บรามี

 

 

 

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *


ดูดวง และ กิจกรรม กับ โอมพยากรณ์

ประวัติหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ตอนสอง article
๗ สหชาติ ของพระพุทธเจ้า article
ประวัติเจ้าแม่กวนอิม article
พระพิฆเนศ เทพแห่งความสำเร็จ article
พระแม่สุรัสวตี พระแม่แห่งพระเวทย์และสติปัญญา article
ปาฏิหารย์สมเด็จพระปิยมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้เรืองนามแห่งกรุงสยาม article
น้ำตาแห่งพระแม่จันทริกาเดวี เทวรูปร้องไห้เป็นไปได้หรือ? article
ขั้นตอนการบูชาองค์เทพ 5 ขั้นตอนที่สำคัญสำหรับการบูชาแบบตันตริค article
มันตราคืออะไร? article
ภาพงานวันคเนศจตุรถี article
ปางสำคัญทั้งแปดแห่งพระแม่ลักษมีเดวี article
มันตรากับชีวิตประจำวัน article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.