ReadyPlanet.com
dot
dot

dot
ดูดวงชื่อ-นามสกุล




ปราสาทหินพนมรุ้ง article

ปราสาทหินพนมรุ้ง

 

เรืองโดย บรามี

 

สวัสดีค่ะ หายหน้าไปพักใหญ่ ๆ นะคะ ก็เนื่องจากบรามีนี้ช่วงปลายปีภารกิจมันมากค่ะ ทั้งเรืองงาน และ เรืองส่วนตัว สารพัด สารพัน ทำให้เรืองราวในเว๊บเราก็เลยก็เลยดูเอ้าท์ ๆ ไปหน่อยนะคะ  แต่ว่าตอนนี้กลับมาแล้วพร้อมเรืองราวดี ๆ มานำเสนออีกเช่นเคยค่ะ

 

วันนี้เรามาคุยกันเรืืองของปราสาทหินโบราณแห่งหนึ่งซึ่งก็คือปราสาทหินพนมรุ้งค่ะ คือบรามีเมือช่วงตรุษจีนมีโอกาสกลับบ้านก็เลยไปเทียวปราสาทหินพนมรุ้งซะหน่อย เพราะว่า มีของดีอยู่ที่เมืองไทยแท้ ๆ แต่ไม่เค้ย ๆ ไม่เคยไปเยี่ยมชมเลย พอสบโอกาสเหมาะก็เลยแว่บไปกับทีมงานของอาจารย์โอมพยากรณ์ซะหน่อย แหมมีคนพาเทียวก็ต้องไปสิคะ รีบ ๆ เลย

 

พอไปถึงก็ไม่ผิดหวังนะคะ เพระปราสาทหินพนมรุ้งนี้ งามสมคำร่ำลือเลยล่ะค่ะ พอไปถึงก็อึ้งกับความศรัทธาของคนโบราณที่มีต่อเทพเจ้านะคะ หินก้อนยักษ์ ๆ หนัก ๆ ทั้งนั้น แต่บรรพบุรุษของเราก็พากันขนขึ้นไป และสร้างเป็นปราสาทอันสวยงาม เพือทำการบวงสรวงแด่เทพเจ้าที่พวกเขาเคารพรักค่ะ  หินทุกก้อนไม่ได้มีการใช้ซีเมนต์เชื่อมนะคะ ทุกก้อนล้วนวางต่อกันและเรียงตัวเป็นระเบียบเป๊ะ นี่ล่ะคะ สิ่งมหัศจรรย์ที่บรรพชนสร้างไว้ให้เราได้ชม

 

คนสมัยนี้ชอบบอกว่ารักเทพเจ้านะคะ แต่ถ้าเทียบกับศรัทธาของคนโบราณ จะวัดกันได้อย่างไรคะ  เอาเป็นว่าบรามีตั้งโจทย์ไว้เล่น ๆ ก็แล้วกัน มาอ่านประวัติกันดีกว่า ว่าปราสาทหินนี้มีที่มาอย่างไร ชมภาพประกอบได้ค่ะ สวยเชียวค่ะ

 

พบกันใหม่เรืองหน้าค่ะ

 

 

ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนา ในช่วงแรกปราสาทหินพนมรุ้ง สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชื่อพนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15-18

จารึกต่าง ๆ ที่นักวิชาการได้อ่านและแปลพอจะสรุปได้ว่า พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 3 กษัตริย์แห่งเมืองพระนคร (พ.ศ. 1487-1511) ได้สถาปนาเทวาลัยถวายพระอิศวรที่เขาพนมรุ้ง ซึ่งในสมัยแรก ๆ คงยังไม่ใหญ่โตนัก ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1544) ได้ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสถวายแด่เทวสถานพนมรุ้ง ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิทรปุระที่ปกครองดินแดนแถบนี้ (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด) ได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นและได้ทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง

[แก้] สถาปัตยกรรมและโบราณสถาน

ปราสาทหินพนมรุ้งสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งนับถือ พระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ดังนั้นเขาพนมรุ้งจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ

องค์ประกอบและแผนผังของปราสาทพนมรุ้งได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นแนวเส้นตรง และเน้นความสำคัญเข้าหาจุดศูนย์กลาง นั่นคือปราสาทประธานซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านขวาของบันไดทางขึ้นสู่ศาสนสถานมีอาคารที่เรียกว่า พลับพลา อาคารนี้อาจจะเป็นอาคารที่เรียกกันในปัจจุบันว่า พลับพลาเปลื้องเครื่อง ซึ่งเป็นที่พักจัดเตรียมองค์ของพระมหากษัตริย์ ก่อนเสด็จเข้าสู่การสักการะเทพเจ้าหรือประกอบพิธีกรรมในบริเวณศาสนสถาน

[แก้] การเดินทางไปที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

ในการเดินทางไปที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งโดยใช้รถยนต์ส่วนบุคคล สามารถเลือกเดินทางได้ 2 เส้นทางออกจากตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ดังนี้

  • เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 218 (บุรีรัมย์-นางรอง) เป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 (สีคิ้ว-อุบลราชธานี) ไปจนถึงหมู่บ้านตะโก ประมาณ 14 กิโลเมตร แล้วจึงเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 ผ่านบ้านตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติอีกประมาณ 12 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
  • เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 219 (บุรีรัมย์-ประโคนชัย) เป็นระยะทางประมาณ 44 กิโลเมตร ถึงตัวอำเภอประโคนชัย จะเห็นทางแยกที่จะไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ซึ่งใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 21 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 2075 และเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 ก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

ถ้าเดินทางโดยใช้บริการรถโดยสารจากขนส่งบุรีรัมย์ ก็ให้ขึ้นรถโดยสารสายบุรีรัมย์-จันทบุรี พอถึงที่หมู่บ้านตะโก แล้วจึงลงจากรถ จากนั้นจะมีรถสองแถววิ่งไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือไม่ก็นั่งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ได้

[แก้] สะพานนาคราช

ถัดจากนั้นเป็นทางเดินทั้งสองข้างประดับด้วยเสามียอคล้ายดอกบัวตูมเรียกว่าเสานางเรียง จำนวนข้างละ 35 ต้น ทอดตัวไปยังสะพานนาคราช ซึ่งผังกากบาทยกพื้นสูง ราวสะพานทำเป็นลำตัวพญานาค 5 เศียร สะพานนาคราชนี้ ตามความเชื่อเป็นทางที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับเทพเจ้า สิ่งที่น่าสนใจคือ จุดกึ่งกลางสะพาน มีภาพจำหลักรูปดอกบัวแปดกลีบ อาจหมายถึงเทพประจำทิศทั้งแปด ในศาสนาฮินดู หรือเป็นจุดที่ผู้มาทำการบูชา ตั้งจิตอธิษฐาน จากสะพานนาคราชชั้นที่ 1 มีบันไดจำนวน 52 ขั้นขึ้นไปยังลานบนยอดเขา

ที่หน้าซุ้มประตูระเบียงคดทิศตะวันออก มีสะพานนาคราชชั้นที่ 2 ระเบียงคดก่อเป็นห้องยาวต่อเนื่องกัน เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ารอบลานปราสาทแต่ไม่สามารถเดินทะลุถึงกันได้ เพราะมีผนังกั้นอยู่เป็นช่วง ๆ มีซุ้มประตูกึ่งกลางของแต่ละด้าน ที่มุมระเบียงคดทำเป็นซุ้มกากบาท ที่หน้าบันของระเบียงคดทิศตะวันออกด้านนอก มีภาพจำหลักรูปฤๅษีซึงหมายถึงพระศิวะในปางที่เป็นผู้รักษาโรคภัยไข้เจ็บ และอาจรวมหมายถึง นเรนทราทิตย์ ผู้ก่อสร้างปราสาทประธานแห่งนี้ด้วย

[แก้] ตัวปราสาท

 

ศิวลึงค์ประดิษฐานภายในห้องครรภคฤหะ

ปราสาทประธาน ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมมณฑป คือห้องโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เชื่อมอยู่ทางด้านหน้าที่ส่วนประกอบของปรางค์ประธานตั้งแต่ฐานผนังด้านบนและด้านล่าง เสากรอบประตู เสาติดผนัง ทับหลัง หน้าบัน ซุ้มชั้นต่าง ๆ ตลอดจนกลีบขนุน ก่อด้วยหินทรายสีชมพูมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมกว้าง 8.20 เมตร สูง 27 เมตร ด้านหน้าทำเป็นมณฑปโดยมีอันตราละหรือฉนวนเชื่อมปราสาทประธานนี้ เชื่อว่า สร้างโดย นเรนทราทิตย์ ซึ่งเป็นผู้นำปกครองชุมชนที่มีปราสาทพนมรุ้งเป็นศูนย์กลาง ราว พุทธศตวรรษที่ 17

ภายในเรือนธาตุตรงกึ่งกลาง เรียกว่าห้องครรภคฤหะ เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพที่สำคัญที่สุด ในที่นี้คือ ศิวลึงค์ ซึ่งแทนองค์พระศิวะ เป็นที่น่าเสียดายว่า ประติมากรรมชิ้นนี้ได้สูญหายไป เหลือเพียงแต่ ท่อโสมสูตร คือร่องน้ำมนต์ที่ใช้รับน้ำสรงจากการสักการะศิวลึงค์เท่านั้น

ทางเดินด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทประธาน มีปราสาทอิฐสององค์และปรางค์น้อย จากหลักฐานทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม กล่าวได้ว่า ปราสาททั้งสามหลังได้สร้างขึ้นก่อนปราสาทประธานราวพุทธศตวรรษที่ 15 และ 16 ตามลำดับ ส่วนทางด้านหน้าของปราสาทประธาน คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีอาคารสองหลังก่อด้วยศิลาแลง เรียกว่าบรรณาลัย ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาคัมภีร์ทางศาสนา ก่อสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18


ที่บริเวณหน้าบันและทับหลังของปราสาทประธานมีภาพจำหลักแสดงเรื่องราวในศาสนาฮินดู เช่น พระศิวนาฏราช (ทรงฟ้อนรำ) ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ อวตารของพระนารายณ์ เช่น พระราม (ในเรื่องรามเกียรติ์) หรือพระกฤษณะ ภาพพิธีกรรม ภาพชีวิตประจำวันของฤๅษีเป็นต้น

ปรางค์ล้วนสลักลวดลายประดับทั้งลวดลายดอกไม้ ใบไม้ ภาพฤๅษี เทพประจำทิศ ศิวนาฏราช ที่ทับหลังและหน้าบันด้านหน้าปรางค์ประธาน ลักษณะของลวดลายและรายละเอียดอื่น ๆ ช่วยให้กำหนดได้ว่าปรางค์ประธานพร้อมด้วยบันไดทางขึ้นและสะพานนาคราชสร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 17 ภายในลานชั้นในด้านตะวันตกเฉียงใต้ มีปรางค์ขนาดเล็ก 1 องค์ ไม่มีหลังคา จากหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฏ เช่น ภาพสลักที่หน้าบัน ทับหลัง บอกให้ทราบได้ว่าปรางค์องค์นี้สร้างขึ้นก่อนปรางค์ประธาน มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 16

นอกจากนี้ยังมีฐานปรางค์ก่อด้วยอิฐซึ่งมีอายุเก่าลงไปอีก คือประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 อยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือขององค์ประธาน และที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยศิลาแลง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ร่วมสมัยกันกับพลับพลาที่สร้างด้วยศิลาแลงข้างทางเดินที่เรียกว่า โรงช้างเผือก

ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15

โดยในวันที่ 3-5 เมษายน และ 8-10 กันยายน ของทุกปี ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บาน ช่องชาวบ้านจะเดินเท้าขึ้นมาเพื่อชมความอลังการที่ผสานระหว่างธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างของบรรพชน นอกจากนี้ในวันที่ 6-8 มีนาคม และ 6-8 ตุลาคม ของทุกปี ดวงอาทิตย์ก็ตก ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บาน เช่นกัน [1]

 

 

 




รู้จักองค์เทพและคำสอนของชาวฮินดู กับ อ.บรามี

อาจารย์หมอชีวกโกมารภัจจ์ บรมครูแห่งการแพทย์แผนโบราณ article
เรืองราวของการทำแท้ง article
การถือศีลภวนา สำคัญอย่างไร ตอน 3 article
การถือศีลภวนา สำคัญอย่างไร ตอน 2 article
การถือศีลภวนา สำคัญอย่างไร article
รักข้ามมิติ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอนอวสาน article
ศนิเทพ – เทพประจำดาวเสาร์ article
พระมหามัยมุนี พระพุทธรูปคู่บ้่านคู่เมืองแห่งเมืองมัณฑะเลย์ article
เรืองราวความฝันบอกลาง ดินแดนแห่งมิติมหัศจรรย์ article
เทพยามาราชาแห่งนรกภูมิ article
นิยายรักข้ามภพ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอน 3 article
นิยายรักข้ามภพ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอน 2 article
นิยายรักข้ามภพ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอน 1 article
ปาฏิหารย์ท่านพญานาคช่วยน้ำท่วม article
พระนางจิระประภาเทวี article
เจ้าพ่อประตูผา นักรบผู้กล้าแห่งเมืองลำปาง article
โยนกนาคพันธ์ ตำนานเวียงหนองล่ม article
เทศกาลนวราตรี article
พระธาตุลำปางหลวง article
พระธาตุอินแขวน article
เจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดลำปาง article
เจ้าพ่อขุนตาล article
วัดจามเทวี จ.ลำพูน article
พญาแสนภู article
เทพธิดาพระจันทร์ article
วาราฮีอัมมัน article
พีธีสวดศรีมหาจันดี ณ ประเทศสิงคโปร์ article
พระขรรค์ธกุมาร ณ ถ้ำบาตู article
ปาฏิหารย์พระแม่กาฏญาญาณี กับการเดินทางกลางเวหา article
พระธาตุประจำปีเถาะ - พระธาตุแช่แห้ง article
พระบรมราชานุสรณ์สามกษัตริย์ article
อภินิหารหลวงปู่ทวด ในวันที่พายุกระหน่ำ วัดพะโคะ จ.สงขลา article
ไหว้พระประจำวันเกิด article
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราชันย์แห่งกรุงสยาม article
เวียงกุมกาม นครบาดาลใต้ภิภพ
พญามังราย ปฐมกษัตริย์แห่งนครล้านนา article
วันคเนศจตุรถึ article
ปราสาทหินพนมรุ้ง article
เรืองเล่าปาฏิหารย์สมเด็จโต article
พระพิรุณ เืทพแห่งสายฝน article
ท้าวกุเวร เืทพแห่งทรัพย์ศฤงคาร article
พระนางจามเทวี ราชินีแห่งนครลำพูน article
ถ้าศักดิสิทธิ์แห่งนครสวรรค์ ถ้าบ่อยา article
ตำนานไพ่ทาโร่ต์ article
ปาฏิหารย์หลวงพ่อหยกขาว article
วัดจิ่งอัน มณฑลเซียงไฮ้ สาธรารณรัฐประชาชนจีน article
เรืองเล่าปาฏิหาริย์พระพิฆเนศ article
เรืองเล่าปาฏิหาริย์เทพหนุมาน article
ปาฏิหาริย์เจ้าแม่กวนอิมหยกขาว วัดราชคิรี พิษณุโลก article
เทพี"กุมารี"สู่ชีวิตเด็กสาว article
งานฉลองวัดศรีมหามารีอัมมัน article
งานฉลองวัดศรีมหามารีอัมมัน ประเทศสิงคโปร์ article
ปาฏิหาริย์แมุ่อุมาเทวี article
ตำนานรัก นางศกุนตลา และ พระราชาทุศยันตร์ article
ตำนานรักแห่งพระกฤษณะและพระนางราดา article
ตำนานเรืองเล่าของชาวฮินดู สาวิตรี และ สัตยาวัน article
วัดป่าเลไลย์ วัดไทยในสิงคโปร์ article
นวราตรี เทศกาลแห่งพระแม่ดุรกา ลักษมี สุรัสวตี article
พระพรหม พระผู้สร้างสรรพสิ่งในจักรวาล article
มีนัคชีเดวี ราชินีแห่งนครมาดูไร article
ขงจื๊อ เทพนักปราชญ์และันักคิดผู้ยิ่งใหญ่ article
ปาฏิหาริย์เจ้าพ่อกวนอู article
ปาฏิาหารย์เจ้าแ่ม่กวนอิม article
นันทิเดวา เทพพาหนะแห่งพระศิวะ article
เกร็ดความเชื่อของชาวฮินดู article
พระราม พระลักษณ์ วีรบุรุษแห่งมหากาพย์รามเกียรติ์ article
เกร็ดความรู้ และเรืองเล่าของชาวฮินดู article
ศรี คารุปปาสวามี มหาเทพผู้พิทักษ์ article
เกร็ดความเชือของชาวฺฮินดู article
มหามันตราแห่งพระกฤษณะ article
ศรี มาดูไร วีรัน วีรบุรุษนักรบแห่งนครมาดูไร article
ประวัติเจ้าแม่กวนอิมแบบสังเขป article
ศรี มูเนสวารัน และปางทั้ง 7 แห่งพระศิวะ article
ดุรกา ลักษมี สรัสวตี มหานวราตรี article
ตัวละครจากมหากาพย์มหาภารตะ article
หนุมานกับเศียรทั้งห้า article
กำเนิดพระขันธกุมาร article
วิธีการสวดขอพรแห่งวัดพราหมณ์ ฮินดู article
ความหมายแห่งการเจิมหน้าของชาวฮินดู article
หนุมานเทพกับภีมะบุตรแห่งพระพาย article
ความหมายแห่งวัดของชาวฮินดู article
ซัปตามาตริกา พระแม่แห่งการสู้รบทั้ง 7 พระองค์ article
รูปแบบแห่งการบูชาองค์เทพ article
ปางสำคัญพระคเนศ article
เทพฮายากรีวา - นารายณ์อวตาร เทพผู้ประทานความรู้ article
ตำนานสุริยเทพ article
มหากาลี มหาเทวีผู้ปราบมาร article
พระนารายณ์ และ พระพรหมกับการสร้าง article
ใครจะหยุดหนุมานได้? article
ปางอวตารที่ 8 & 9 แห่งพระแม่ดุริกาเทวี article
พระแม่ดุริกาปางที่ 5 - 7 สกันดา มาตา, กาฏญาญาณี และ กาลราตรี article
พระแม่บรามาจาริณี, จันดรากานดา และ กุชมานดา article
พระแม่ดุริกาเทวีกับปางสำคัญทั้ง 9 article
เดวี กัญญากุมารี article
เทศกาลดีปาวาลีกับมหาเทวีลักษมี article
พระพิฆเนศ กับทศกัณฑ์และศิวลึงค์มหาบาเลสวารา article
มันตราแห่งมหากาลี article
กลุ่มผู้เลื่อมใสและปฏิบัติตนของศาสนาฮินดู article
คำถามคาใจยอดฮิต article
ร้าน Master Clean Banner‏ article
Headline
หลวงปู่โตพรหมรังสีอริยสงฆ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (152868)

 ขอหลักฐานที่แสดงว่าเป็นเขาพนมรุ้งหน่อยคับ

ผู้แสดงความคิดเห็น 10 วันที่ตอบ 2014-06-26 17:43:41



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.