ReadyPlanet.com
dot
dot

dot
ดูดวงชื่อ-นามสกุล




ท้าวกุเวร เืทพแห่งทรัพย์ศฤงคาร article

 

ท้าวกุเวร

เืทพแห่งทรัพย์ศฤงคาร

 

                                                                      เรืองโดย บรามี

 

 

สวัสดีค่ะ กลับมาเร็วกว่าปรกตินะคะ เนืื่องจากบรามีได้รับโทรเลขพิเศษมาว่า ให้รีบนำเสนอเรืองราว แห่งเทพผู้พิทักษ์และทำการแจกจ่ายความมั่งคั่ง หรือ วิตะมิน เอ็ม ให้กับเหล่ามนุษย์ พูดง่าย ๆ ก็คือ เทพแห่งขุมทรัพย์นั้นเองค่ะ  พอเอ่ยชือท้าวกุเวร หรือ กุเบรา อาจจะไม่คุ้นหูนะคะ แต่ถ้าบอกว่า ท้าวเวสสุวรรณล่ะคะ ร้อง อ๋อ กันเลยไหม นั่นแหละค่ะ องค์เดียวกัน จะเรียกชือใดไม่สำคัุญ เพราะว่า ท่านคือเทพองค์เดียวกันเด๊ะ ๆ เลยค่ะ   แหม ๆ เขียนเรืองเงิน ๆ ทอง ๆ ไม่ได้มาโฆษณาชวนเชือนะคะ คุณ ๆ ก็ยังต้องทำมาหาเลี้ยงชีพต่อไป แต่คุณก็สามารถสวดขอพร ขอโชคลาภในชีวิตจากท่านท้าวกุเวรได้นะคะ  อันว่าโชคลาภเนีย มีหลายประการนะคะ บางคนบอกว่า การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ นั่นคือเรืองจริงมาก ๆ เลย เนืองจาก ถ้าใครได้เจ็บไข้แล้ว เรืองค่ารักษาก็อาจทำให้คุณ ๆ เป็นโรคทรัพย์จางตามมาอีกโรคนึงได้ ดังนั้น ถ้าคุณ ๆ ขอพรเรืิองเงิน แล้วอย่าลืม ขอเรืองสุขภาพที่แข็งแรงเสมอ จะดีไหมคะ

 

บรามีได้อ่านเรืองราวของท่านปู่ ท่านท้่าวกุเวรมาพอสมควรนะคะ ไม่อยากสาธยายให้มาก ชือของท่านปู่กุเบรา หรือคนไทยคุ้นเคยในนามของท้าวกุเวร ก็บอกแล้วชัด ๆ นะคะ ว่าท่านเป็นผู้พิทักษ์ขุมสมบัติ  ก็ควรจะทำความรู้จักกับท่านให้มาก ๆ นะคะ ท่านปู่กุเบรา ทำงานใกล้ชิดกับพระแม่ลักษมีค่ะ เนืองจาก พระแม่ลักษมีท่านเป็นผู้สร้างความมั่งคั่ง ส่วนท่านปู่กุเบรา ก็ทำการแจกจ่ายไงคะ  เป็นไงคะ ทีมเวิร์ค  ส่วนใครจะได้รับการแจกเงินจากท่านปู่ และท่านแม่ลักษมี ก็ขึ้นอยู่กับบุญกุศลเก่า ที่คุณ ๆ ได้สร้างมานะคะ

 

เอาล่ะค่ะ บรามีขอเชิญอ่านประวัติของท้าวกุเบรากันได้เลยนะคะ ถ้าคุณถามบรามี  ท่านปู่สามารถบันดาลโชคลาภได้จริงค่ะ  คำขอของบรามีได้รับการตอบรับ แทบจะทันทีเมือได้มีโอกาสได้กราบท่านปู่กุเบราเป็นคร้งแรก  เรืองนี้ก็เป็นเรืองที่พิสูจน์ยากนะคะ แต่ว่า ถ้าคุณจะลองขอพรจากท่านดู ก็คงไม่เสียหลายกระมังคะ 

 

ขอให้โชคดี และสมหวังทุกประการค่ะ คุณ ๆที่อยากจะสวดขอพร ก็มีบทสวดสั้น ๆ ด้านล่างนะคะ ลองสวดขอพรในวันพุธ แล้วลองดูสิคะ ว่าคุณ ๆ จะได้รับการแบ่งปัน จัดสรรโชคลาภจากท่านปู่กุเบราหรือไม่  แล้วมารายงานผลด้วยนะคะ

 

โอม กุเบรายา นะมะฮา ขอให้ท่านปู่กุเบราประทานพรแด่ทุกท่านดังที่หวังค่ะ ขอบคุณข้อมูลจากวิกีพิเดียค่ะ

 

 

ท้าวกุเวร มีอีกพระนามหนึ่งที่รู้จักกันดีคือ ท้าวเวสสุวรรณ (ภาษาสันสกฤต: वैश्रवण Vaiśravaṇa, ภาษาบาลี: वेस्सवण Vessavaṇa) เป็นอธิบดีแห่งอสูรย์หรือยักษ์ หรือเป็นเจ้าแห่งผี เป็นหนึ่งในบรรดาท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ผู้คุ้มครองและดูแลโลกมนุษย์ สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุทรงอิทธิฤทธิ์อานุภาพมากประทับ ณ โลกบาลทิศเหนือ มียักษ์เป็นบริวาร

คนไทยโบราณ นิยมนำผ้ายันต์รูปยักษ์ผูกไว้ที่หัวเตียงเด็กเพื่อป้องกันวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้มารังควาญแก่เด็ก ท้าวกุเวร องค์นี้มีกล่าวถึงในอาฏานาฏิยปริตว่านำเทวดาในสวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกา มาเฝ้าพระพุทธเจ้าและได้ถวายสัตย์ที่จะดูแลพระพุทธเจ้าและเหล่าสาวก ไมให้ยักษ์หรือบริวารอื่นๆของท้าวจตุโลกบาลไปรังควาญ


ท้าวกุเวร หรือ ท่านท้าวเวสสุวรรณ นั้น ส่วนมากเราจะพบเห็นในรูปลักษณ์ของยักษ์ ยืนถือกระบองยาว หรือ คทา (ไม้เท้าเป็นรูปกระบอง) กันซะส่วนใหญ่ แต่แท้ที่จริงแล้ว ยังมีรูปเคารพของท่านในรูปของชายนั่งในท่า มหาราชลีลา มีลักษณะอันโดดเด่นคือ พระอุระพลุ้ย อีกด้วย กล่าวกันว่า ผู้มีอาชีพสัปเหร่อ หรือ มีอาชีพประหารชีวิตนักโทษ มักพกพารูปท้าวเวสสุวรรณ สำหรับคล้องคอเพื่อเป็นเครื่องรางของขลัง ป้องกันภัย จากวิญญาณร้าย ที่จะเข้ามา เบียดเบียน ในภายหลัง ภาพลักษณ์ของท้าวกุเวร ที่ปรากฏในรูปของชายพุงพลุ้ย เป็นที่เคารพนับถือ ในความเชื่อว่า เป็นเทพแห่งความร่ำรวย แต่ท้าวกุเวรในรูปของท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งมาในรูปของยักษ์ เป็นที่เคารพ นับถือว่า เป็นเครื่องราง ของขลัง ป้องกัน ภูติผีปีศาจ

“สารานุกรมไทย” ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน เล่มที่ 3 หน้า 1439

กล่าวถึง ท้าวกุเวร หรือ ท้าวเวสสุวรรณ ไว้ว่า กุเวร-ท้าว พระยายักษ์ผู้เป็นเจ้าแห่งขุมทรัพย์ มียักษ์ และคุยหกะ (ยักษ์ผู้เฝ้าขุมทรัพย์) เป็นบริวาร ท้าวกุเวรนั้น บางทีก็เรียกว่า ท้าวไวศรวัน (เวสสุวรรณ) ภาษาทมิฬ เรียก กุเวร ว่า กุเปรัน ซึ่งมีเรื่องอยู่ในรามเกียรติ์ว่า เป็นพี่ต่างมารดาของ ทศกัณฐ์ และทศกัณฐ์ไปแย่งบุษบก ของท้าวกุเวรไป ท้าวกุเวรมีรูปร่างพิการ ผิวขาว มีฟัน 8 ซี่ และมีขาสามขา (ภาพท้าวเวสสุวรรณจึงมักเขียนท่ายืนแยงแย ถือไม้กระบองยาว อยู่หว่างขา) เมืองท้าวกุเวร ชื่อ อลกาอยู่ บนเขาหิมาลัย มีสวนอุทยานอยู่ไหล่เขาแห่งหนึ่ง ของเขาพระสุเมรุ ชื่อว่า สวนไจตรต หรือ มนทร มีพวกกินนร และคนธรรพ์เป็นผู้รับใช้ ท้าวกุเวรเป็นโลกบาล ประจำทิศเหนือ จีน เรียกว่า โต้เหวน หรือ โต้บุ๋น ญี่ปุ่น เรียก พสมอน

ท้าว กุเวรนี้ สถิตอยู่ยอดเขายุคนธรอีสานราชธานี มีสระโกธาณีใหญ่ 1 สระ ชื่อ ธรณี กว้าง 50 โยชน์ ในน้ำ ดารดาษไปด้วยประทุมชาติ และคลาคล่ำไปด้วย หมู่สัตว์น้ำต่างพรรณ ขอบสระมีมณฑป ชื่อ ภคลวดี กว้างใหญ่ 12 โยชน์ สำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ปกคลุมด้วยเครือเถาภควดีลดาวัลย์ ซึ่งมีดอกออกสะพรั่งห้อยย้อยเป็นพวงพู ณ สถานที่นี้ เป็นสโมสรสถาน ของเหล่ายักษ์บริวาร และยังมีนครสำหรับเป็นที่แปรเทพยสถานอีก 10 แห่ง ท้าวกุเวรมียักษ์ เป็นเสนาบดี 32 ตน ยักษ์รักษาพระนคร 12 ตน ยักษ์เฝ้าประตูนิเวศ 12 ตน ยักษ์ที่เป็นทาส 9 ตน

นอก จากนี้ยังมีกล่าวว่า ท้าวเวสสุวรรณยังมีกายสีเขียว สัณฐานสูง 2 คาวุต ประมาณ 200 เส้น มีอาวุธเป็นกระบอง มีพาหนะ ช้าง ม้า รถ บางทีปราสาท อาภรณ์มงกุฎประดับรูปนาค ดำรงอิสริยศเป็นเจ้าแห่งยักษ์ มีบริวารแสนโกฏิ ถือโล่แก้ว ประพาฬ หอกทอง

ลัทธิความเชื่อของพราหมณ์

กล่าว ถึงประวัติของท้าวเวสสุวรรณไว้ว่า ทรง เป็นโอรสของ พระวิศรวิสุมนี กับ นางอิทาวิทา แต่ในมหาภารตะว่า เป็นโอรสของพระปุลัสต์ ซึ่งเป็นบิดาของ พระวิศรวัส กล่าวว่า ด้วยเหตุที่ท้าวกุเวร ใฝ่ใจกับท้าวมหาพรหม เป็นเหตุทำให้บิดาโกรธ จึงแบ่งภาคเป็น พระวิศวรัส หรือ มีนามหนึ่งว่า เปาลัสตยัม ซึ่งรามเกียรติ์ไทยเรียกว่า ลัสเตียน

ท้าว ลัสเตียน หรือ พระวิศวรัสซึ่งเป็นภาคหนึ่งของ พระวิศรวิสุมนี นั้น ได้นางนิกษา บุตรีท้าวสุมาลีรักษา เป็นชายา มีโอรสด้วยกันคือ ทศกัณฐ์ กุมภกรรณ พิเภก และ นางสำมะนักขา ดังนั้น ท้าวกุเวร จึงเป็นพี่ชายต่างมารดา และร่วมบิดาเดียวกับทศกัณฐ์ เหตุที่ท้าวกุเวรผิดใจกับผู้เป็นพ่อ เพราะไปฝักใฝ่กับท่านท้าวมหาพรหม ซึ่งเป็นเทวดา ทำให้ผู้เป็นพ่อ คือ พระวิศรวิสุมนีโกรธ เพราะถือทิฐิว่า ตนเป็นยักษ์ ที่เป็นเทวดาต่ำศักดิ์กว่า ไม่ควรไปยุ่งกับเทวดา ที่บนสวรรค์ชั้นสูงกว่า เห็นคนอื่นดีกว่าพ่อของตน ก็เลยแบ่งภาคออกไปมีเมียใหม่ ลูกใหม่ ซะเลย ที่ท้าวกุเวร มีใจฝักใฝ่กับท่านท้าวมหาพรหมนั้น เป็นเพราะท้าวกุเวรนั้น ต้องการบำเพ็ญตบะบารมี หรือ สร้างสมความดี ด้วยการเข้าฌาน และบำเพ็ญทุกรกิริยา นานนับพันปี จนท่านท้าวมหาพรหมโปรดปราน ประทานบุษบกให้ อันบุษบกนี้ หากใครได้ขึ้นไปแล้ว สามารถล่องลอยไปไหนมาไหนได้ตามต้องการ

เดิมที นั้น ท้าวกุเวรครองกรุงลงกา ซึ่งมีพระวิศกรรม เป็นผู้สร้างให้ แต่นางนิกษา ได้ยุยงให้ทศกัณฐ์ ชิงกรุงลงกา มาจากท้าวกุเวร ทั้งยังชิงเอาบุษบกอันพระพรหมได้ประทานแก่ท้าวกุเวรมาด้วย ดังที่ได้บอกเอาไว้แล้วว่า บุษบกนี้ สามารถลอยไปไหนมาไหนได้ดังใจนึก แต่มีข้อห้ามมิให้หญิงที่ถูกสมพาส (แปลว่า การอยู่ร่วม การร่วมประเวณี) จากชาย 3 คน นั่ง ซึ่งต่อมานางมณโฑ ได้นั่งบุษบก จึงไม่สามารถ ที่จะลอยไปไหนมาไหน ได้อีกเลย สำหรับ นางมณโฑ ที่แต่เดิมเป็นนางฟ้า ที่พระอิศวรประทานให้กับทศกัณฐ์ ต้องกลายมาเป็นหญิงสามผัว ด้วยเหตุที่ว่า เมื่อทศกัณฐ์ได้รับตัวนางมณโฑจากพระอิศวรมาแล้ว ก็อุ้มพานางเหาะกลับมายังกรุงลงกา ขณะที่เหาะข้าม มาระหว่างทาง ได้เหาะข้ามเมืองขีดขิน ซึ่งมี “พาลี” เป็นเจ้าเมือง พาลีโกรธ ที่ทศกัณฐ์บังอาจ อุ้มหญิงสาว เหาะข้ามหัว โดยไม่เกรงใจ จึงเหาะขึ้นไปรบกับทศกัณฐ์ ทศกัณฐ์สู้ไม่ได้ เพราะพาลีได้รับพร จากพระอิศวรว่า หากรบด้วยผู้ใด ศัตรูผู้นั้นจะมีกำลังลดลงครึ่งหนึ่ง หรือมีความสามารถลดน้อยกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง เมื่อทศกัณฐ์ เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ จึงถูกพาลีแย่งชิงเอานางมณโฑไปเป็นมเหสี ต่อมา เมื่อพาลีคืนนางมณโฑ ให้กับทศกัณฐ์แล้ว เมื่อตอนที่หุงน้ำทิพย์ “หนุมาน” ได้เข้าไปทำลายพิธี โดยปลอมตัวเป็นทศกัณฐ์ แล้วร่วมสังวาส กับนางมณโฑ นางมณโฑ จึงเป็นหญิงที่ผ่านการสมพาสชายมาถึง 3 คน คือ พาลี ทศกัณฐ์ และ หนุมาน เมื่อทศกัณฐ์ ให้นางมณโฑ ขึ้นนั่งบุษบกนี้ทีหลัง บุษบกก็เกิดการขัดข้องทางเทคนิค ไม่ลอยไปไหนมาไหน ตามต้องการ เหมือนเก่า

ครั้น เมื่อท้าวกุเวรต้องเสียกรุงลงกาไปแล้ว ท้าวมหาพรหมท่านก็สร้างนครให้ใหม่ ชื่อ “อลกา” หรือ “ประภา” อันตั้งอยู่ที่เขาหิมาลัย มีสวนชื่อ “เจตรรถ” อยู่บนเขามันทรคีรี อันเป็นกิ่งแห่งเขาพระสุเมรุ บ้างก็ว่า ท้าวกุเวร อยู่ที่เขาไกรลาส ซึ่งพระวิษณุกรรมเป็นผู้สร้างให้

 


ความเชื่อตามพระพุทธศาสนา

ใน พระสูตรที่ชื่อว่า “อาฏานาฏิยะ” กล่าวว่า ท้าวกุเวร ตั้งเมืองอยู่ในอากาศ ข้างทิศที่อุตรกุรุทวีป (เหนือ) และ เขาพระสุเมรุ ยอดสุทัศน์ (ที่เป็นผาทอง) ตั้งอยู่ มีราชธานี 2 ชื่อ คือ อาลกมันทา และ วิสาณา มีนครอีก 8 นคร

ท้าวกุเวร หรือ ท้าวเวสสุวรรณนั้น ยังมีชื่ออีกหลายชื่อ เช่น ธนบดี หมายถึง ผู้เป็นใหญ่ในทรัพย์ ธเนศวร หมายถึง ผู้เป็นเจ้าแห่งทรัพย์ อิจฉาวสุ หมายถึง มั่งมีได้ตามใจ ยักษ์ราชหมายถึง เจ้าแห่งยักษ์ มยุราช หมายถึง เป็นเจ้าแห่ง กินนร รากษเสนทร์ หมายถึง ผู้เป็นใหญ่ในพวกรากษส ส่วนในเรื่องรามเกียรติ์ เรียกท้าวเวสสุวรรณว่า ท้าวกุเรปัน

ในทางพระพุทธศาสนา ได้กล่าวถึงอดีตชาติของท้าวกุเวร เอาไว้ใน พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม 3 ภาค 2 - หน้าที่ 151 ว่า ในสมัยที่โลกยังว่าง จากพระพุทธศาสนา ไม่มี พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จอุบัตินั้น มีพราหมณ์ ผู้หนึ่ง นามว่า กุเวร เป็นคนใจดีมีเมตตากรุณา ประกอบสัมมาชีพ ด้วยการทำไร่อ้อย นำต้นอ้อย ตัดใส่ลงไปในหีบยนต์ แล้วบีบน้ำอ้อยขายเลี้ยงชีวิตตน และบุตรภรรยา ต่อมากิจการ เจริญขึ้น จนเป็นเจ้าของ หีบยนต์สำหรับบีบน้ำอ้อยถึง 7 เครื่อง จึงสร้างที่พักสำหรับ คนเดินทาง และบริจาคน้ำอ้อย จากหีบยนต์เครื่องหนึ่ง ซึ่งมีปริมาณน้ำอ้อยมากกว่าหีบยนต์เครื่องอื่น ๆ ให้เป็นทาน แก่คนเดินผ่านไปมา จนตลอดอายุขัย ด้วยอำนาจ แห่งบุญกุศลที่บริจาคน้ำอ้อยให้เป็นทานนั้น ทำให้กุเวรได้ไปอุบัติเป็นเทพบุตร บนสวรรค์ชั้น จาตุมหาราชิกา มีนามว่า"กุเวรเทพบุตร" ต่อมากุเวรเทพบุตร ได้เทวาภิเษกเป็นผู้ปกครองดูแล พระนครด้านทิศเหนือ จึงได้มีพระนามว่า "ท้าวเวสสุวรรณ"

ตาม หลักฐานในคัมภีร์ทางพุทธศาสนา ยืนยันว่า "ท้าวกุเวร" หรือ "ท้าวเวสสุวรรณ" เทวราชพระองค์นี้ ได้สำเร็จเป็น พระอริยบุคคลชั้นโสดาบันเมื่อครั้ง "จุลสุภัททะ ปริพาชก" เกิดความสงสัยในความเป็นมาแห่ง องค์สมเด็จ พระพุทธเจ้า ท่าน "ท้าวเวสสุวรรณ" องค์นี้แหละ ที่ได้เสด็จไปร่วมต้อนรับด้วย และ ยังเป็นประจักษ์พยาน เรื่องพระมหาโมคคัลลานะ ใช้เท้าจิกพื้นไพชยนตวิมาน ของพระอินทร์จนเกิดการ สั่นสะเทือนไป ทั้งดาวดึงส์ เทวโลก อันเป็นการเตือนสติสักกะเทวราชอีกด้วย และก็เชื่อกันตาม ฎีกามาลัยเทวสูตร พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม 1 ภาค 2 - หน้าที่ 435 ว่า "คทาวุธ" ของ "ท้าวเวสสุวรรณ" นั้น เป็นยอดศัสตราวุธ มีอานุภาพสามารถทำลายโลกใบนี้ให้เป็น จุณวิจุณภายในพริบตา

จะ เห็นได้ว่า ท้าวกุเวร หรือ ท้าวเวสสุวรรณนั้น ท่านเป็นเทพที่สำคัญยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่ง ที่พิทักษ์รักษา พระพุทธศาสนา ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ท่านท้าวสักกะเทวราช หรือ พระอินทร์เลยทีเดียว ตามวัดวาอารามต่าง ๆ จะมีรูปปั้นยักษ์ 1 ตน บ้าง 2 ตนบ้าง ยืนถือกระบองค้ำพื้น ส่วนมากจะมี 2 ตน เฝ้าอยู่หน้า ประตูโบสถ์ หรือ วิหารที่เก็บของมีค่า มีพระพุทธรูป และโบราณสมบัติล้ำค่าของทางวัดบรรจุอยู่ ด้านละ 1 ตน หรือไม่ก็บริเวณลานวัด หรือที่ที่มีคนผ่านไปมาแล้วเห็นโดยง่าย บ้างก็สร้างเอาไว้ในวิหาร หรือ ศาลาโดยเฉพาะก็มี ซึ่งยักษ์เหล่านั้น ถ้าเป็น ตนเดียว ก็จะหมายถึง รูปเคารพของท้าวเวสสุวรรณ แต่ถ้าเป็น 2 ตนก็จะเป็นบริวารของท่านท้าวเวสสุวรรณ คอยทำหน้าที่ ปกปักรักษา ดูแลบริเวณวัด

 

 




รู้จักองค์เทพและคำสอนของชาวฮินดู กับ อ.บรามี

ลักษมีเดวี มหาเดวีแห่งความเจริญรุ่งเรืองทั้งปวง article
ร้านเทวรูป Kankatya เทวบูชา article
เรืองเล่าจากแดนนรก โทษแห่งการเล่นการพนัน article
ตำนานเมืองลับแล article
อาจารย์หมอชีวกโกมารภัจจ์ บรมครูแห่งการแพทย์แผนโบราณ article
เรืองราวของการทำแท้ง article
การถือศีลภวนา สำคัญอย่างไร ตอน 3 article
การถือศีลภวนา สำคัญอย่างไร ตอน 2 article
การถือศีลภวนา สำคัญอย่างไร article
รักข้ามมิติ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอนอวสาน article
ศนิเทพ – เทพประจำดาวเสาร์ article
พระมหามัยมุนี พระพุทธรูปคู่บ้่านคู่เมืองแห่งเมืองมัณฑะเลย์ article
เรืองราวความฝันบอกลาง ดินแดนแห่งมิติมหัศจรรย์ article
เทพยามาราชาแห่งนรกภูมิ article
นิยายรักข้ามภพ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอน 3 article
นิยายรักข้ามภพ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอน 2 article
นิยายรักข้ามภพ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอน 1 article
ปาฏิหารย์ท่านพญานาคช่วยน้ำท่วม article
พระนางจิระประภาเทวี article
เจ้าพ่อประตูผา นักรบผู้กล้าแห่งเมืองลำปาง article
โยนกนาคพันธ์ ตำนานเวียงหนองล่ม article
เทศกาลนวราตรี article
พระธาตุลำปางหลวง article
พระธาตุอินแขวน article
เจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดลำปาง article
เจ้าพ่อขุนตาล article
วัดจามเทวี จ.ลำพูน article
พญาแสนภู article
เทพธิดาพระจันทร์ article
วาราฮีอัมมัน article
พีธีสวดศรีมหาจันดี ณ ประเทศสิงคโปร์ article
พระขรรค์ธกุมาร ณ ถ้ำบาตู article
ปาฏิหารย์พระแม่กาฏญาญาณี กับการเดินทางกลางเวหา article
พระธาตุประจำปีเถาะ - พระธาตุแช่แห้ง article
พระบรมราชานุสรณ์สามกษัตริย์ article
อภินิหารหลวงปู่ทวด ในวันที่พายุกระหน่ำ วัดพะโคะ จ.สงขลา article
ไหว้พระประจำวันเกิด article
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราชันย์แห่งกรุงสยาม article
เวียงกุมกาม นครบาดาลใต้ภิภพ
พญามังราย ปฐมกษัตริย์แห่งนครล้านนา article
วันคเนศจตุรถึ article
ปราสาทหินพนมรุ้ง article
เรืองเล่าปาฏิหารย์สมเด็จโต article
พระพิรุณ เืทพแห่งสายฝน article
พระนางจามเทวี ราชินีแห่งนครลำพูน article
ถ้าศักดิสิทธิ์แห่งนครสวรรค์ ถ้าบ่อยา article
ตำนานไพ่ทาโร่ต์ article
ปาฏิหารย์หลวงพ่อหยกขาว article
วัดจิ่งอัน มณฑลเซียงไฮ้ สาธรารณรัฐประชาชนจีน article
เรืองเล่าปาฏิหาริย์พระพิฆเนศ article
เรืองเล่าปาฏิหาริย์เทพหนุมาน article
ปาฏิหาริย์เจ้าแม่กวนอิมหยกขาว วัดราชคิรี พิษณุโลก article
เทพี"กุมารี"สู่ชีวิตเด็กสาว article
งานฉลองวัดศรีมหามารีอัมมัน article
งานฉลองวัดศรีมหามารีอัมมัน ประเทศสิงคโปร์ article
ปราสาทหินพนมรุ้ง article
ปาฏิหาริย์แมุ่อุมาเทวี article
ตำนานรัก นางศกุนตลา และ พระราชาทุศยันตร์ article
ตำนานรักแห่งพระกฤษณะและพระนางราดา article
ตำนานเรืองเล่าของชาวฮินดู สาวิตรี และ สัตยาวัน article
วัดป่าเลไลย์ วัดไทยในสิงคโปร์ article
นวราตรี เทศกาลแห่งพระแม่ดุรกา ลักษมี สุรัสวตี article
พระพรหม พระผู้สร้างสรรพสิ่งในจักรวาล article
มีนัคชีเดวี ราชินีแห่งนครมาดูไร article
ขงจื๊อ เทพนักปราชญ์และันักคิดผู้ยิ่งใหญ่ article
ปาฏิหาริย์เจ้าพ่อกวนอู article
ปาฏิาหารย์เจ้าแ่ม่กวนอิม article
นันทิเดวา เทพพาหนะแห่งพระศิวะ article
เกร็ดความเชื่อของชาวฮินดู article
พระราม พระลักษณ์ วีรบุรุษแห่งมหากาพย์รามเกียรติ์ article
เกร็ดความรู้ และเรืองเล่าของชาวฮินดู article
ศรี คารุปปาสวามี มหาเทพผู้พิทักษ์ article
เกร็ดความเชือของชาวฺฮินดู article
มหามันตราแห่งพระกฤษณะ article
ศรี มาดูไร วีรัน วีรบุรุษนักรบแห่งนครมาดูไร article
ประวัติเจ้าแม่กวนอิมแบบสังเขป article
ศรี มูเนสวารัน และปางทั้ง 7 แห่งพระศิวะ article
ดุรกา ลักษมี สรัสวตี มหานวราตรี article
ตัวละครจากมหากาพย์มหาภารตะ article
หนุมานกับเศียรทั้งห้า article
กำเนิดพระขันธกุมาร article
วิธีการสวดขอพรแห่งวัดพราหมณ์ ฮินดู article
ความหมายแห่งการเจิมหน้าของชาวฮินดู article
หนุมานเทพกับภีมะบุตรแห่งพระพาย article
ความหมายแห่งวัดของชาวฮินดู article
ซัปตามาตริกา พระแม่แห่งการสู้รบทั้ง 7 พระองค์ article
รูปแบบแห่งการบูชาองค์เทพ article
ปางสำคัญพระคเนศ article
เทพฮายากรีวา - นารายณ์อวตาร เทพผู้ประทานความรู้ article
ตำนานสุริยเทพ article
มหากาลี มหาเทวีผู้ปราบมาร article
พระนารายณ์ และ พระพรหมกับการสร้าง article
ใครจะหยุดหนุมานได้? article
ปางอวตารที่ 8 & 9 แห่งพระแม่ดุริกาเทวี article
พระแม่ดุริกาปางที่ 5 - 7 สกันดา มาตา, กาฏญาญาณี และ กาลราตรี article
พระแม่บรามาจาริณี, จันดรากานดา และ กุชมานดา article
พระแม่ดุริกาเทวีกับปางสำคัญทั้ง 9 article
เดวี กัญญากุมารี article
เทศกาลดีปาวาลีกับมหาเทวีลักษมี article
พระพิฆเนศ กับทศกัณฑ์และศิวลึงค์มหาบาเลสวารา article
มันตราแห่งมหากาลี article
กลุ่มผู้เลื่อมใสและปฏิบัติตนของศาสนาฮินดู article
คำถามคาใจยอดฮิต article
ร้าน Master Clean Banner‏ article
Headline
หลวงปู่โตพรหมรังสีอริยสงฆ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (160548)

 สุดยอดเลย น้อยคนที่จะรู้ ขอบคุณมากๆค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Thanrawee วันที่ตอบ 2016-11-02 15:17:02



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.