ReadyPlanet.com
dot
dot

dot
ดูดวงชื่อ-นามสกุล


สอบถามข้อมูล/นัดหมาย


สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราชันย์แห่งกรุงสยาม article

 

 

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

มหาราชันย์แห่งกรุงสยาม

 

เรืองโดย บรามี

 

กลับมาอีกครั้งนะคะ กับเรื่องราวใหม่ที่ทางเว๊บทำนายพร้อมนำเสนอค่ะ เวลาก็ผ่านไปไวเหมือนโกหกอีกเช่นเคย  เราก็กำัลังจะกล่าวคำอำลาปีเสือไปแล้วนะคะ ปีหน้าฟ้าใหม่นี้ปีกระต่ายก็มารออยู่แล้ว ปีเก่าที่กำลังจะผ่านไปบางคนก็อาลัยอาวรณ์กับสิ่งดี ๆ ที่ได้ประสพมา  บางคนกลัวว่าอายุจะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี บรามีคนนึงล่ะค่ะ เดียวนี้ไม่อยากนับปีพศ แล้ว นับแล้วใจมันหายค่ะ

 

เริ่มเรืองมาก็คุยสัพเพเหระนะคะ แต่เรืองราวที่จะนำเสนอวันนี้ไม่สัพเพเหระนะคะ ก็เนื่องจากบรามีทราบว่า ทุก ๆ ปีในวันที่ 28 ธันวาคมนี้นะคะ ชาวไทยได้พากันทำการรำลึกถึงพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ พระนามที่เราคุ้นเคยว่า พระเจ้าตากสิน กันทุกปีค่ะ  ช่วงเวลานี้ของทุกปีทีไร  ถนนแถววงเวียนใหญ่ก็จะปิดนะคะ เพือทำการทำิพิธีบวงสรวงให้กับพระองค์ท่าน บรามีผ่านไปทีไร ก็บังเอิญไปวันนี้พอดี จำได้ค่้ะ ว่ารถติดมากทุกๆ ปี แต่ก็เป็นการรถติดทีทุกคนยินดีนะคะ เพราะว่าเราจะได้ทำพิธีเพือระลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่องค์หนึงของประเทศไทย

 

เกิดเป็นคนไทยเนี่ยดีจริง ๆ นะคะ เราเป็นชนชาติที่ไม่เคยเสียเอกราชให้ใคร ไม่ว่ามหาอำนาจชาติไหนก็ไม่สามารถเอาชนะชนชาติไทยได้ค่ะ  เรามีพระมหากษัตริย์ที่รักและปกป้องพสกนิกร และนำพาประเทศให้เจริญ พาประชาราชผ่านทุกข์เข็ญมาตลอด  บรามีในฐานะคนไทยในต่างแดน รู้สึกปลื้มปิติทุกครั้งนะคะ เวลาเพือนต่างชาติถามว่า ทำไมคนไทยถึงรักในหลวง

 

บรามีเคยได้ไปกราบรูปเคารพของพระเจ้ากรุงธนบุรีที่ประดิษฐานที่วัดหลวงพ่อโอภาสีนะคะ รูปปั้นของพระองค์ท่าน น่าเลือมใสเหลือเกิน ก็ไปขอพรนะค่ะ ให้ประเทศเราร่มเย็น แปลกดีนะคะ ไม่นานหลังจากบรามีได้กลับมาประเทศสิงคโปร์เพือมาทำงานตามปรกติ เช้าวันหนึี่ง บรามีฝันเห็นรูปปั้นของพระองค์ท่าน พร้อมขุนทหาร 5 นาย อยู่รายรอบองค์่ท่าน ดาบประจำพระองค์ ยาวโค้งเลยค่ะ รูปปั้นของพระองค์ในฝันสีเหลืองสุกดั่งทองคำแท้  เห็นแล้วทราบทันทีเลยค่ะ ว่า พระเจ้าตากสินมาโปรดคนไทยในต่างแดนคนนี้แล้ว

 

ติดตามอ่านประวัติพระเจ้าตากสินได้ด้านล่างนะคะ  คุณ ๆ ถ้าว่าง วันที่ 28 ธันวาคม ขอเชิญนะคะ ลานพระบรมรูปวงเวียนใหญ่ค่ะ

 

พบกันใหม่ตอนหน้านะคะ

 

 

  สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือ สมเด็จพระบรมราชาที่ 4 (จีน: 鄭昭; พินอิน: Zhèng Zhāo; แต้จิ๋ว: Dênchao) มีพระนามเดิมว่า สิน พระราชบิดาเป็นจีนแต้จิ๋ว ได้สมรสกับหญิงไทยชื่อ นกเอี้ยง ภายหลังเป็นกรมสมเด็จพระเทพามาตย์ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวในสมัยอาณาจักรธนบุรี ทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา[5] เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2310 เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 ขณะมีพระชนมพรรษาได้ 48 พรรษา รวมสิริดำรงราชสมบัติ 15 ปี พระราชโอรส-พระราชธิดา รวมทั้งสิ้น 30 พระองค์[4]

พระราชกรณียกิจที่สำคัญในรัชสมัยของพระองค์ คือ การกอบกู้เอกราชจากพม่าภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง โดยขับไล่ทหารพม่าออกจากราชอาณาจักรจนหมดสิ้น และยังทรงทำสงครามตลอดรัชสมัยเพื่อรวบรวมแผ่นดินซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของขุนศึกก๊กต่าง ๆ ให้เป็นปึกแผ่น เช่นเดียวกับขยายพระราชอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูประเทศในด้านต่าง ๆ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติหลังสงคราม ทรงส่งเสริมทางด้านเศรษฐกิจ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม วรรณกรรม และการศึกษา เนื่องจากพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อแผ่นดินไทย รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 28 ธันวาคมของทุกปีเป็น "วันสมเด็จพระเจ้าตากสิน" และยังทรงได้รับสมัญญานาม มหาราช

พระราชสมภพและขณะทรงพระเยาว์

 

พระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พบในพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในอิตาลี

ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีชาวจีนแต้จิ๋วคนหนึ่งนามว่า หยง แซ่แต้[3] (นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้อธิบายว่า ไหฮอง หรือ ไหยฮอง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดแต้จิ๋ว มิใช่ชื่อของพระราชบิดาสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี) [3] เป็นผู้อพยพมาจากเมืองเฉิงไห่ ซัวเถา[7] ครั้นเมื่อถึงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2277 ได้มีบุตรชายคนหนึ่ง ได้ชื่อว่า สิน เกิดแต่ นาง นกเอี้ยง ซึ่งเป็นชาวไทย ผู้ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานศักดิ์เป็น กรมสมเด็จพระเทพามาตย์[8] สำหรับถิ่นกำเนิดของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีนั้นน่าจะเกิดในแถบภาคกลางมากกว่าเมืองตาก ซึ่งมักว่ากันว่าอยู่ในกรุงศรีอยุธยา[9]

จากหลักฐานที่อาลักษณ์ของจีนจดบันทึกไว้ในพระราชพงศาวดารวงเช็ง แผ่นดินจักรพรรดิเฉียนหลง กล่าวถึงพระราชประวัติของพระองค์ไว้ว่า "บิดาเจิ้งเป็นชาวมณฑลกวางตุ้ง ไปทำมาค้าขายอยู่ที่เสียมล่อก๊ก [ประเทศไทย] และเกิดเจิ้งเจา [สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี; สำเนียงปักกิ่ง] ที่นั่น เมื่อเจิ้งเจาเติบใหญ่ เป็นผู้มีความสามารถ ได้เข้ารับราชการอยู่ในเสียมล่อก๊ก เมื่อเจิ้งเจารบชนะพม่า ฯ แล้ว ราษฎรทั่วประเทศยกขึ้นเป็นเจ้าครองประเทศ..." [10]

สำหรับการศึกษาของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีไม่แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะทรงได้เคยบวชเรียนมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทำให้ทรงสามารถแต่งกลอนบทละครและอุดหนุนการเก็บรวบรวมคัมภีร์ในพระพุทธศาสนาในภาษาไทยและภาษาบาลีครั้นเมื่อขึ้นครองราชย์แล้ว[11] ส่วน อภินิหารบรรพบุรุษ ระบุว่า เด็กชายสินได้เล่าเรียนหนังสือในวัดโกษาวาส สำนักของพระอาจารย์ทองดี อีกทั้งยังได้อุปสมบท และยังศึกษาภาษาต่างประเทศเป็นจำนวนมากในระหว่างเป็นมหาดเล็ก[12] เพียงแต่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าพระองค์ทรงตรัสได้ 4 ภาษา คือ ไทย จีน ญวน และลาว[11]

อาชีพค้าขาย

นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้อธิบายว่า พระราชบิดาของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีน่าจะประกอบอาชีพค้าขายเป็นหลัก มิใช่นายอากรบ่อนเบี้ย เป็นคำอธิบายที่ว่าเหตุใดพระองค์จึงไม่ทรงประมูลอากรสืบต่ออาชีพจากบิดา จึงน่าจะเป็นพ่อค้าเกวียนมากกว่า[13] ทั้งนี้ พระองค์และพรรคพวกเป็นกลุ่มพ่อค้าเร่ร่อนในแถบหัวเมืองเหนือ[14] การเป็นพ่อค้าดังกล่าวทำให้พระองค์มีชาวจีนเข้ามาสมัครเป็นพรรคพวก และมีความเชี่ยวชาญในภูมิอากาศและภูมิประเทศแถบหัวเมืองเหนือ และทำให้ทรงมีความสามารถด้านการรบอีกทางหนึ่ง[15] การค้าขายดังกล่าวจึงเป็นโอกาสให้พระองค์สามารถเป็นเจ้าเมืองตากได้ ซึ่งตรงกับตามประสงค์ที่จะเป็นเจ้าเมืองของพระองค์ด้วยเช่นกัน[16]

รับราชการในสมัยสมเด็จพระเจ้า

 

สำหรับการรับราชการเป็นเจ้าเมืองตากนั้น พระราชพงศาวดารฉบับหนึ่งได้กล่าวไว้ในทำนองว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงวิ่งเต้นให้ได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองตาก โดยติดต่อผ่านทางมหาดเล็กถึงพระยาจักรี สมเด็จพระเจ้าเอกทัศทรงทราบว่าเจ้าเมืองตากคนก่อนป่วยตาย จึงให้พระยาจักรีหาผู้มีสติปัญญาพอจะรับตำแหน่งแทน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีจึงได้เป็นเจ้าเมืองตาก[17] ส่วนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวินิจฉัยว่า พระองค์ทรงเคยเป็นหลวงยกกระบัตรเมืองตากก่อนที่จะทรงได้รับการเลื่อนตำแหน่ง[18]

ครั้นเมื่อกองทัพพม่ายกมารุกรานกรุงศรีอยุธยา ได้ยกทัพผ่านเมืองตาก พระยาตากเห็นสู้ไม่ไหวจึงได้นำไพร่พลลงมาช่วยป้องกันกรุงศรีอยุธยา[19] ทั้งยังปรากฏในพงศาวดารว่า พระยาตากมีความชอบในการนำทหาร 500 นาย มาช่วยป้องกันพระนคร จึงได้รับพระราชทานของบำเหน็จ[20] ในระหว่างการปิดล้อมนั้นก็ได้ปรากฏฝีมือเป็นนายทัพเข้มแข็ง ปฏิบัติงานตามคำสั่งของราชการ

ตั้งตนเป็นใหญ่และกอบกู้เอกราช

 

พระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เป็นภาพสเก็ตจากพระพักตร์ โดยบาทหลวงชาวฝรั่งเศส เมื่อครั้งเสด็จฯ มาถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ

เดือนยี่ พ.ศ. 2309 ขณะพระยาตากตั้งค่ายอยู่ในค่ายวัดพิชัย[21] ก็ได้รวบรวมไพร่พลจำนวนหนึ่ง (มักระบุเป็น 500 นาย) มุ่งหน้าไปทางเมืองระยอง ทางหัวเมืองฝั่งทะเลด้านตะวันออก[22] ระหว่างเส้นทางที่ผ่านไปนั้นได้ปะทะกับกองกำลังของพม่าหลายครั้ง แต่ก็สามารถตีฝ่าไปได้ทุกครั้ง และสามารถรวบรวมไพร่พลตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ได้มากขึ้น

หลังจากพระองค์ยึดเมืองระยองได้ ขณะพระยาวชิรปราการพักอยู่บริเวณวัดลุ่มมหาชัยชุมพล[23] ได้เกิดเหตุการณ์อัศจรรย์พายุหมุนจนบิดต้นตาลเป็นเกลียวโดยไม่คลายตัว ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ตาลขด[24] บรรดาทหารทั้งหลายต่างก็ยกพระยาวชิรปราการเป็น เจ้าตาก[25] มีศักดิ์เทียบเท่าพระบรมวงศานุวงศ์ อย่างไรก็ตาม ก็อาจพิจารณาจากแนวคิดทางการเมืองได้เช่นกันว่า พระยาตากประกาศตนเป็นพระเจ้าแผ่นดินนับตั้งแต่ยกทัพออกจากกรุงศรีอยุธยาแล้ว[26]

เจ้าตากมุ่งยึดเมืองจันทบูร[27] ซึ่งก่อนเข้าตีเมือง ได้มีรับสั่งให้ทหารทุกคนทำลายหม้อข้าวให้หมด หมายจะให้ไปกินข้าวในเมืองจันทบูร[28] จนตีได้เมืองจันทบูรเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2310[29] หลังจากนั้น ก็มีผู้คนสมัครใจเข้ามาร่วมด้วยกับพระองค์เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเมืองจันทบูรและเมืองตราดไม่ถูกยึดครองโดยทหารพม่า

เจ้าตากทรงรวบรวมกำลังพลจนมีจำนวน 5,000 นาย จึงได้ยกกองทัพเรือออกจากจันทบูร ล่องมาตามฝั่งทะเลในอ่าวไทย จนถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อสู้จนยึดธนบุรีคืนจากพม่าได้ นายทองอิน เจ้าเมืองธนบุรีซึ่งพม่าแต่งตั้งให้นั้น ถูกประหารชีวิต[30][31] ต่อจากนั้น ได้ยกกองทัพเรือต่อไปถึงกรุงศรีอยุธยา เข้าโจมตีค่ายโพธิ์สามต้นจนสามารถขับไล่ทหารพม่าออกจากอาณาจักรได้ และสามารถกอบกู้กรุงศรีอยุธยาจากการยึดครอง[32]

ปราบดาภิเษก

การปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนุบรี

ด้วยเหตุผลทางยุทธศาสตร์และการเมืองเป็นสำคัญ[33] ทำให้เจ้าตากมา "ยับยั้ง" อยู่ ณ เมืองธนบุรี ซึ่งมีลักษณะเป็นราชธานีไม่ถาวร[34] ก่อนหน้านั้น เมืองธนบุรีถูกทิ้งร้าง มีต้นไม้ขึ้นและซากศพทิ้งอย่างเกลื่อนกลาด ทำให้ต้องมีการเกณฑ์แรงงานจัดการพื้นที่ขึ้นมาใหม่[35] เจ้าตากยังมีรับสั่งให้คนไปอัญเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ในสมัยตอนปลายอยุธยาจากเมืองลพบุรีมายังเมืองธนบุรี และได้ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าเอกทัศตามโบราณราชประเพณี[36]

หลังจากที่อพยพผู้คนและทรัพย์สินลงมาทางใต้และตั้งราชธานีใหม่ขึ้นที่เมืองธนบุรี เรียกนามว่า กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร เจ้าตากทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ตามแบบพระเจ้าแผ่นดินครั้งกรุงเก่า จดหมายเหตุโหรระบุว่าเป็นวันอังคาร แรมสี่ค่ำ จุลศักราช 1129 ซึ่งตรงกับวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2310 เฉลิมพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาที่ 4[38] ในขณะที่ยังทรงมีพระชนมายุ 34 พรรษา ความสำเร็จดังกล่าวทำให้มีผู้ที่มีแนวคิดต้องการรื้อฟื้นราชอาณาจักรอยุธยาขึ้นมาใหม่มาเข้าร่วมด้วยกับชุมนุมของพระองค์เป็นอันมาก ทำให้สถานะพระมหากษัตริย์ของพระองค์เด่นชัดยิ่งขึ้น[38] อีกทั้งพระองค์ยังทรงเริ่มประกอบพระราชกรณียกิจตามแบบอย่างพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาเพื่อแสดงถึงสิทธิธรรม[38]

 ที่ประทับ

ภายหลังจากที่ทรงกอบกู้เอกราชให้ชาติไทย พระราชวังกรุงธนบุรี หรือ พระราชวังเดิม เป็นพระราชวังหลวงที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังนี้ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2311 เพื่อใช้เป็นที่ประทับและว่าราชการ เมื่อทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็น ราชธานี พร้อมกับปรับปรุง "ป้อมวิไชยเยนทร์" และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "ป้อมวิไชยประสิทธิ์" ตำแหน่งของพระราชวังนี้ เป็นจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ สามารถสังเกตการณ์ได้ในระยะไกล อีกทั้งยังใกล้กับเส้นทางคมนาคมและเส้นทางการเดินทัพที่ ครั้นพระเจ้ามังระทราบข่าวว่ามีคนไทยตั้งตนเป็นใหญ่อีกครั้ง จึงได้มีพระบรมราชโองการให้ แมงกี้มารหญ้า[40] เจ้าเมืองทวาย ยกทัพมาปราบปราม กองทัพพม่ายกมาถึงอำเภอบางกุ้ง ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของกรุงธนบุรี มีกำลังตามพระราชพงศาวดาร 2,000 คน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จนำกองทัพออกตีพม่าจนแตกพ่าย กิตติศัพท์ที่ทรงรบชนะ ทำให้พระราชอำนาจทางการเมืองในภาคกลางยิ่งเข้มแข็งยิ่งขึ้น[41] ราวปี พ.ศ. 2311 พระองค์ก็ทรงยกทัพไปตีชุมนุมพิษณุโลกอีก แต่กระสุนปืนต้องถูกพระองค์ จึงต้องยกทัพกลับและรักษาพระองค์ยังพระนคร

หลังหายจากพระอาการประชวรแล้ว ในระหว่างปี พ.ศ. 2312-2313 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ทรงใช้เวลาในการปราบปรามชุมนุมอื่น ๆ เพื่อรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น เริ่มจากชุมนุมเจ้าพิมาย[42] ชุมนุมเจ้านครศรีธรรมราช[43] และชุมนุมเจ้าพระฝางตามลำดับ[44] เมื่อทรงปราบปรามชุมนุมต่าง ๆ ลงอย่างราบคาบแล้ว รัฐบาลจีนก็เริ่มให้การยอมรับสถานะพระมหากษัตริย์ของพระองค์อย่างเป็นทางการ[45] นอกจากการต่อสู้เพื่อรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นแล้ว ยังต้องป้องกันหัวเมืองชายแดนอีกด้วย

ตลอดรัชสมัยทรงทำสงครามกับพม่าถึง 9 ครั้ง แต่ก็ทรงได้รับชัยชนะทุกครั้ง

 

 




รู้จักองค์เทพและคำสอนของชาวฮินดู กับ อ.บรามี

ลักษมีเดวี มหาเดวีแห่งความเจริญรุ่งเรืองทั้งปวง article
ร้านเทวรูป Kankatya เทวบูชา article
เรืองเล่าจากแดนนรก โทษแห่งการเล่นการพนัน article
ตำนานเมืองลับแล article
อาจารย์หมอชีวกโกมารภัจจ์ บรมครูแห่งการแพทย์แผนโบราณ article
เรืองราวของการทำแท้ง article
การถือศีลภวนา สำคัญอย่างไร ตอน 3 article
การถือศีลภวนา สำคัญอย่างไร ตอน 2 article
การถือศีลภวนา สำคัญอย่างไร article
รักข้ามมิติ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอนอวสาน article
ศนิเทพ – เทพประจำดาวเสาร์ article
พระมหามัยมุนี พระพุทธรูปคู่บ้่านคู่เมืองแห่งเมืองมัณฑะเลย์ article
เรืองราวความฝันบอกลาง ดินแดนแห่งมิติมหัศจรรย์ article
เทพยามาราชาแห่งนรกภูมิ article
นิยายรักข้ามภพ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอน 3 article
นิยายรักข้ามภพ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอน 2 article
นิยายรักข้ามภพ รักอมตะที่ยากจะลืมเลือน ตอน 1 article
ปาฏิหารย์ท่านพญานาคช่วยน้ำท่วม article
พระนางจิระประภาเทวี article
เจ้าพ่อประตูผา นักรบผู้กล้าแห่งเมืองลำปาง article
โยนกนาคพันธ์ ตำนานเวียงหนองล่ม article
เทศกาลนวราตรี article
พระธาตุลำปางหลวง article
พระธาตุอินแขวน article
เจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดลำปาง article
เจ้าพ่อขุนตาล article
วัดจามเทวี จ.ลำพูน article
พญาแสนภู article
เทพธิดาพระจันทร์ article
วาราฮีอัมมัน article
พีธีสวดศรีมหาจันดี ณ ประเทศสิงคโปร์ article
พระขรรค์ธกุมาร ณ ถ้ำบาตู article
ปาฏิหารย์พระแม่กาฏญาญาณี กับการเดินทางกลางเวหา article
พระธาตุประจำปีเถาะ - พระธาตุแช่แห้ง article
พระบรมราชานุสรณ์สามกษัตริย์ article
อภินิหารหลวงปู่ทวด ในวันที่พายุกระหน่ำ วัดพะโคะ จ.สงขลา article
ไหว้พระประจำวันเกิด article
เวียงกุมกาม นครบาดาลใต้ภิภพ
พญามังราย ปฐมกษัตริย์แห่งนครล้านนา article
วันคเนศจตุรถึ article
ปราสาทหินพนมรุ้ง article
เรืองเล่าปาฏิหารย์สมเด็จโต article
พระพิรุณ เืทพแห่งสายฝน article
ท้าวกุเวร เืทพแห่งทรัพย์ศฤงคาร article
พระนางจามเทวี ราชินีแห่งนครลำพูน article
ถ้าศักดิสิทธิ์แห่งนครสวรรค์ ถ้าบ่อยา article
ตำนานไพ่ทาโร่ต์ article
ปาฏิหารย์หลวงพ่อหยกขาว article
วัดจิ่งอัน มณฑลเซียงไฮ้ สาธรารณรัฐประชาชนจีน article
เรืองเล่าปาฏิหาริย์พระพิฆเนศ article
เรืองเล่าปาฏิหาริย์เทพหนุมาน article
ปาฏิหาริย์เจ้าแม่กวนอิมหยกขาว วัดราชคิรี พิษณุโลก article
เทพี"กุมารี"สู่ชีวิตเด็กสาว article
งานฉลองวัดศรีมหามารีอัมมัน article
งานฉลองวัดศรีมหามารีอัมมัน ประเทศสิงคโปร์ article
ปราสาทหินพนมรุ้ง article
ปาฏิหาริย์แมุ่อุมาเทวี article
ตำนานรัก นางศกุนตลา และ พระราชาทุศยันตร์ article
ตำนานรักแห่งพระกฤษณะและพระนางราดา article
ตำนานเรืองเล่าของชาวฮินดู สาวิตรี และ สัตยาวัน article
วัดป่าเลไลย์ วัดไทยในสิงคโปร์ article
นวราตรี เทศกาลแห่งพระแม่ดุรกา ลักษมี สุรัสวตี article
พระพรหม พระผู้สร้างสรรพสิ่งในจักรวาล article
มีนัคชีเดวี ราชินีแห่งนครมาดูไร article
ขงจื๊อ เทพนักปราชญ์และันักคิดผู้ยิ่งใหญ่ article
ปาฏิหาริย์เจ้าพ่อกวนอู article
ปาฏิาหารย์เจ้าแ่ม่กวนอิม article
นันทิเดวา เทพพาหนะแห่งพระศิวะ article
เกร็ดความเชื่อของชาวฮินดู article
พระราม พระลักษณ์ วีรบุรุษแห่งมหากาพย์รามเกียรติ์ article
เกร็ดความรู้ และเรืองเล่าของชาวฮินดู article
ศรี คารุปปาสวามี มหาเทพผู้พิทักษ์ article
เกร็ดความเชือของชาวฺฮินดู article
มหามันตราแห่งพระกฤษณะ article
ศรี มาดูไร วีรัน วีรบุรุษนักรบแห่งนครมาดูไร article
ประวัติเจ้าแม่กวนอิมแบบสังเขป article
ศรี มูเนสวารัน และปางทั้ง 7 แห่งพระศิวะ article
ดุรกา ลักษมี สรัสวตี มหานวราตรี article
ตัวละครจากมหากาพย์มหาภารตะ article
หนุมานกับเศียรทั้งห้า article
กำเนิดพระขันธกุมาร article
วิธีการสวดขอพรแห่งวัดพราหมณ์ ฮินดู article
ความหมายแห่งการเจิมหน้าของชาวฮินดู article
หนุมานเทพกับภีมะบุตรแห่งพระพาย article
ความหมายแห่งวัดของชาวฮินดู article
ซัปตามาตริกา พระแม่แห่งการสู้รบทั้ง 7 พระองค์ article
รูปแบบแห่งการบูชาองค์เทพ article
ปางสำคัญพระคเนศ article
เทพฮายากรีวา - นารายณ์อวตาร เทพผู้ประทานความรู้ article
ตำนานสุริยเทพ article
มหากาลี มหาเทวีผู้ปราบมาร article
พระนารายณ์ และ พระพรหมกับการสร้าง article
ใครจะหยุดหนุมานได้? article
ปางอวตารที่ 8 & 9 แห่งพระแม่ดุริกาเทวี article
พระแม่ดุริกาปางที่ 5 - 7 สกันดา มาตา, กาฏญาญาณี และ กาลราตรี article
พระแม่บรามาจาริณี, จันดรากานดา และ กุชมานดา article
พระแม่ดุริกาเทวีกับปางสำคัญทั้ง 9 article
เดวี กัญญากุมารี article
เทศกาลดีปาวาลีกับมหาเทวีลักษมี article
พระพิฆเนศ กับทศกัณฑ์และศิวลึงค์มหาบาเลสวารา article
มันตราแห่งมหากาลี article
กลุ่มผู้เลื่อมใสและปฏิบัติตนของศาสนาฮินดู article
คำถามคาใจยอดฮิต article
ร้าน Master Clean Banner‏ article
Headline
หลวงปู่โตพรหมรังสีอริยสงฆ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.